ซินจู๋ Hsinchu County

1506 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข้อมูลท่องเที่ยวไต้หวัน

ซินจู๋ Hsinchu County

 

เทศมณฑลซินจู๋ เป็นเทศมณฑลหนึ่งของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) มีเมืองหลวงชื่อ จู๋เป่ย มีเนื้อที่ 1,427.59 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 461,600 คน ความหนาแน่น 323 คนต่อตารางกิโลเมตร อำเภอซินจู๋ตั้งอยู่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของไต้หวัน ลองจิจูด 122 องศาตะวันออก และละติจูด 22.5 องศาทางเหนือ ติดกับอำเภอเถาหยวน เหมียวลี่ หยีหลัน ถ๋ายจอง และอำเภอเหล่านี้ล้อมรอบเมืองซินจู๋ เนื้อที่ 1427,5931 ตารางกิโลเมตร

เขตปกครองของอำเภอซินจู๋แบ่งออกเป็นเมืองจู๋เปิ๋ย ตำบลจู๋ตง ตำบลซินผู่ ตำบลกวนซี หมู่บ้านซินเฟิง หมู่บ้านง้อไบ๊ หมู่บ้านเป่าซาน หมู่บ้านหวู่เฟิง หมู่บ้านเหิงซาน หมู่บ้านเปิ๋ยผู่ หมู่บ้านเจียนสือ หมู่บ้านกงหลิน หมู่บ้านหูโขวทั้งหมดหนึ่งอำเภอเมือง ตำบลสามแห่งและหมู่บ้านเก้าแห่ง

Hsinchuเป็นมณฑลในทางตะวันตกเฉียงเหนือของไต้หวันประชาชนส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยชาวพื้นเมือง มี Zhubei เป็นเมืองหลวง Hsinchu มีอุตสาหกรรมและบริษัทเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่มาก เป็นแหล่งเทคโนโลยี่ที่มีมากที่สุดในไต้หวัน ในปีล่าสุดเมือง Hsinchu มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ ด้วยการสนับสนุนจากอุทยานวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อว่า Hsinchu Industrial Park

เมืองHsinchuมีหนึ่งเขตเมืองใหญ่ เมืองสามเมือง และชนบทเก้าแห่ง

1.Zhubei City 竹北市
ตั้งอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของHsinchu มีทางด่วนChungshan ทางหลวงShibin และทางหลวงTai-1ในการคมนาคมและการขนส่งจึงเป็นเหมือนประตูการเข้าออกที่สำคัญของ Hsinchu มีรัฐบาลและศูนย์บริการสาราณูปโภคต่างๆตั้งอยู่ในเมือง

2.Guanxi 關西鎮
เป็นเมืองที่ถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาสามด้านและมีแม่น้ำFengshanไหลผ่าน ด้านภูมิประเทศมีแม่น้ำNiaoian และแม่น้ำFengshanไหลผ่านมาบรรจบกัน เป็นศูนย์กลางการจราจรทางตะวันตกเฉียงเหนือของHsinchuและการจราจรระหว่งภาคเหนือและภาคใต้ของไต้หวันเป็นเมืองที่มีความหนาแน่นของสนามกอล์ฟมากที่สุดของไต้หวันและยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแห่งหนึ่ง

3.Xinpu 新埔鎮
ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองHsinchu มีพื้นที่ภูเขาเชื่อมต่อกันกับที่ราบHukouและแม่น้ำShaliไหลผ่านถนนสายหลักคือการจราจร วัฒนธรรม ศูนย์พัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์และการเกษตรกรรมของเมือง มีคนที่สืบเชื้อสายชาวฮั่นที่มีประวัติยืนยาวสองร้อยกว่าปี มีทางหลวงTai-118และทางหลวงTai-115เชื่อมต่อที่จะไปไทเป

ในเดือนมิถุนายนหรือเดือนกรกฎาคมจะมีเทศกาลลูกแพรและเดือนตุลาคมจะมีเทศกาลลูกพลับแห้ง คุณสามารถเลือกที่จะมาร่วมงานเทศกาลได้ในเวลาดั่งกล่าว

ยังมีอาหารเลิศรสเช่น ก๋วยเตี๋ยวใส้อ่อนใส่ถั่วเขียวและของฝากเช่นแยมใส่ขวดและเครื่องปรุ่งรสชนิดต่างๆได้ที่นี่ หลังจากกินอิ่มกันแล้วคุณสามารถเดินชมแหล่งท่องเที่ยวการเกษตรZhaomen เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลการท่องเที่ยวเกี่ยวกับทิวทัศน์ที่ไม่มีสิ้นสุดจาก10หมู่บ้านการเกษตรที่เป็นคลาสสิคจากทั่วทุกมุมโลก จากคู่มือการท่องเที่ยวบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

4.Zhudong 竹東鎮
เป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจมีแม่น้ำShangpingและแม่น้ำTouchienไหลผ่านที่นี่เป็นศูนย์กลางการจราจรของเมือง8เมืองที่อยู่ทางใต้ของแม่น้ำTuochien เป็นศูนย์กลางการสื่อสารของเมืองHsinchu มีชื่อเสียงในการผลิตการบูร

5.Baoshan 寶山鄉
ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของซินจู๋ ซึ่ง Baoshan หมายถึงภูเขาสมบัติในภาษาจีนกลาง มีเนินพื้นที่กึ่งภูเขา เป็นประหนึ่งชานเมืองของซินจู๋ ส่วนหนึ่งที่สำคัญเพราะว่า มีอุทยานวิทยาศาสตร์ตั้งอยู่ที่นี่ และมีผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เช่น ส้ม ลิ้นจี่ ถั่ว

6.Beipu 北埔鄉
พื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนภูเขา มีแอ่งน้ำ Beipuและแม่น้ำ Nanpu ไหลผ่าน แม้ไม่ได้เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ แต่มีดินที่อุดมสมบูรณ์เพื่อการเกษตรและชลประทานที่แห่งนี้เป็นที่ได้รับการพัฒนาหลังสุดในเขตซินจู๋ Beipu เป็นเขตที่มีมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เก่าแก่ จนได้เป็นเขตอนุรักษ์ของไต้หวัน

7.Emei 峨眉鄉
Emei คือย่านชนบทการเกษตร ซึ่งมีแม่น้ำสำคัญ คือแม่น้ำ Emei มีชื่อเสียงในการทำชาอูหลง ซึ่งผลิตมาเป็นระยะเวลากว่าร้อยปี ซึ่งเป็นเศรษฐกิจหลักที่สร้างรายได้ในชนบทแห่งนี้ ภายใต้การพัฒนาของอ่างเก็บน้ำ Dapuและรัฐบาลได้ร่วมมือกันสร้างที่นี่เพื่อเป็นจุดท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งตามแนวปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่ใหม่ของซินจู๋

8.Hengshan 橫山鄉
Hengshan เป็นเมืองที่มีแม่น้ำ Youluo เป็นเหมือนปัจจัยหลักและแหล่งที่หล่อเลี้ยงคนทั้งเมือง ใต้แม่น้ำแห่งนี้มีหินหลากสีมากมาย เช่น หินสีดำ หินสีแดง หินสีเหลือง หินอัคนี หินแกรนิต ลวดลายบนหินมีความงดงามดังเช่นความงดงามของคนในท้องถิ่น หินเหล่านี้จึงเป็นที่ดึงดูดผู้มาท่องเที่ยว
Hengshan จึงมีทรัพยากรทางการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์และมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากนั้นคือ ลูกแพร์ มีสถานนีรถไฟ Neiwan เป็นทางขนส่งและคมนาคมหลักของเมือง

9. Hukou 湖口鄉
Hukou มีอีกชื่อว่า Dahukou หรือ Dawokou และ Hukouเป็นชื่อย่อที่เก่าแก่ของเมืองนี้ มีภูมิศาสตร์ตั้งอยู่ติดชายแดนเมืองเถาหยวน อยู่ทางตั้งวันตกเฉียงเหนือของ Fengshan เพราะเมืองนี้อยู่ภายใต้การปกครองของอุทยานวิทยาศาสตร์ซินจู๋ จึงได้มีการส่งเสริมการพัฒนาอุสาหกรรมและการค้าทั่วเมือง มีฟาร์มชาปลูกอยู่บนที่ราบสูง มีสถานีรถไฟ Hukou แห่งใหม่เป็นสถานีหลัก และมีทางรถไฟของเก่าที่ยังคงตั้งอยู่ เพื่อลำรึกถึง Hukou Old Street

10.Jianshi 尖石鄉
Jianshi ภูมิศาสตร์ในทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของซินจู๋ เป็นเมืองที่มีแต่ภูเขา มันเป็นบ้านเกิดของขาวไทใหญ่ มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีบ่อน้ำพุร้อน Xiuluan ,Shimkus และต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ Zhenxibao และจุดชมวิว Xueba ดังนั้นชนบทแห่งนี้จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมาก ในปีที่ผ่านมาคนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการปลูกผักและผมไม้ในที่สูง เช่น ลูกพีช และลูกแพร์
Jianshi ได้สร้างศูนย์วัฒนธรรมการล่าสัตว์ร่วมกับการเดินป่า สร้างกิจกรรมพื้นบ้านแบบระบบนิเวศวิทยาของพืช จึงทำให้ชนบทแห่งนี้เป็นที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของไต้หวัน

11.Qionglin 芎林鄉
Qionglin ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซินจู๋ และเป็นหมู่บ้านที่เล็กที่สุด แต่ความงามของทิวทัศน์วัฒนธรรมและความมีชีวิตชีวาของคนในท้องถิ่น เป็นจุดดึงดูดผู้คน Qionglin มีโรงเรียนเอกชน 20-30 แห่ง อาจจะพูดได้ว่าเมืองนี้ เป็นดินแดนวรรณกรรมของซินจู๋ สถานที่รำลึกถึงขงจื้อ สร้างขึ้นในปี1876 และยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน ในวันที่28 กันยายนเป็นวันรำลึกถึงขงจื้อผู้เป็นครู
มีวัด Kwan Fu เป็นวัดเก่า ซึ่งอดีตเป็นวัดที่ร่ำรวยมากของเมือง เป็นอาคารสองชั้น ที่ทำด้วยไม้และอิฐ อาคารเก่าและยังคงรูปแบบดั้งเดิม ตอนนี้มีร้านค้าขายของ เช่น ข้าว เต้าหู้เหม็น เปิดขายแถวบริเวณวัด

12.Wufeng 五峰鄉
Wufeng ตั้งอยู่บนภูเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง มันเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของซินจู๋ มีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ Qing Quan และมีจุดชมวิว Xueba จึงเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาอีกที่หนึ่ง มีการส่งเสริมการเพาะปลูกผักผลไม้ในที่สูง และสร้างเกษตรแบบใหม่เพื่อนำมาพัฒนาเมือง ผู้คนในเมืองนี้จึงทำอาชีพเพาะปลูกพืชผักและผลไม้เมืองหนาว

13.Xinfeng 新豐鄉
Xinfeng ตั้งอยู่บนจุดเหนือสุดของซินจู๋ เป็นเขตการปกครองที่อยาถัดจากทางแคบไต้หวัน มีชาวฮอลแลนด์อาศัยอยู่ เนื่องจากมีเรืออับปางในสมัยราชวงค์หมิง มีแหล่งอุดมสมบูรณ์ตามชายฝั่ง
เหมาะสำหรับการพัฒนาเมือง การขนส่งหลักคือทางหลวง Tai-1 และทางหลวง Chu-3 ซึ่งอยู่ในทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองนี้ นับได้ว่าเมืองนี้เป็นจุดที่ดีที่สุดในการทำอุตสาหกรรม

สภาพภูมิอากาศHsinchu_a3

เกาะไต้หวันตั้งอยู่ระหว่างเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน จึงมีลักษณะภุมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เนื่องจากถูกล้อมรอบด้วยทะเลจึงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ทำให้ที่นี่อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 22 องศาเซลเซียสต่อปี (ไม่รว

มพื้นที่ๆ อยู่บนยอดเขาสูง) อาจจะมีหิมะในพื้นที่ๆ อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,000 เมตรขึ้นไป มีฝนตกชุกและมีพายุพัดผ่านบ่อยครั้ง

เวลาเวลาในประเทศไต้หวัน เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ภาษา
ใช้ภาษา จีนกลาง (Mandarin) เป็นภาษาราชการ ฮกเกี้ยน (หมิ่นหนาน) เป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้ทั่วไปคู่กับจีนกลาง ข้าราชการระดับสูงทั่วไปสามารถใช้ภาษาอังกฤษ

เงินตรา
ใช้สกุลเงิน เหรียญไต้หวัน (New Taiwan Dollar : NTD) 35.06 NTD = 1 USD หรือ 1 เหรียญไต้หวัน = 1.2168 บาทระบบไฟฟ้า
ไต้หวันใช้กระแสไฟฟ้า แบบ 110 V. 60 Hz (ไม่เหมือนประเทศไทย) ปลั๊กเสียบเป็นแบบ ขาแบน 2 ขา ฉะนั้นท่านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น กล้องวิดิโอ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องเป่าผม ควรมีปลั๊กแบบใช้ได้ทั่วโลก (Universal Adaptor) ติดตัวไปด้วย เพื่อความสะดวกของท่านกรุณาเตรียม ฟิล์มถ่ายรูป, แบตเตอร์รี่ ไปให้เพียงพอจากประเทศไทย


ฟิลม์และกล้องถ่ายรูป
ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว

การใช้โทรศัพท์
โทรศัพท์ทางใกล้จากไต้หวัน : รหัสโทรทางไกล (002 หรือ 009) + รหัสประเทศ (รหัสประเทศไทย 66) + รหัส พื้นที่ (เลข 0 ข้างหน้าเอาออก) + เบอร์โทรศัพท์
โทรศัพท์ถึงไต้หวันจากต่างประเทศ: รหัสโทรทางไกล+ 886 + รหัส พื้นที่ (เลข 0 ข้างหน้าเอาออก) + เบอร์โทรศัพท์

การให้ทิป
การให้ทิปในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ และมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการท่าน อาทิคนขับรถ / ไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง

เทศกาล
เดือนมกราคม
1.เทศกาลตรุษจีน Chinese New Year

วันที่1 – 15 เดือนหนึ่ง (ปฏิทินทางจันทรคติ) วันตรุษจีนเป็นเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของปี วันหยุดที่สำคัญที่สุดของชาวไต้หวัน มีการปฏิบัติตามประเพณีโบราณ มากมายเพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีนเริ่มตั้งแต่วันก่อนวันตรุษจีน จนถึงวันที่15 ของเดือนหนึ่ง การเน้นความสำคัญเรื่อง การขจัดสิ่งเก่าเพื่อให้สิ่งใหม่เข้าแทน และต้องรับปีใหม่ที่จะนำพาความโชคดีและความเจริญมาให้

เดือนกุมภาพันธ์
2.เทศกาลโคมไฟ Lantern Festival

เป็นเทศกาลที่ชาวเมืองจะประดับตกแต่งโคมไฟที่มีภาพสัตว์และตัวเลขทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ แขวนไว้ตามบ้านเรือนหรือวัดทั่วทั้งเมือง และจะมีการแข่งขันการทำโคมไฟในบางสถานที่ของเมือง

เดือนมีนาคม
3. เทศกาลดอกไม้ Flower Festival

เทศกาลดอกไม้จะจัดขึ้นทุกเดือนมีนาคม ที่ Eighteen-Peaks Mountain Park
เวลาที่ดีที่สุดที่จะมา 18 Peaks Mountain คือเดือนมีนาคม ซึ่งมีอุณหภูมิอบอุ่น เหมาะสำหรับดอกไม้ นักท่องเที่ยวจะได้ชมดอกไม้พร้อมกับความงามบนจุดสูงสุดของซินจู๋ เทศกาลดอกไม้นี้ จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2004 ทันทีที่มาถึง ประชาชนทุกเพศทุกวัย จะได้พบกับความเพลิดเพลินบนสวนดอกไม้ สวนพื้นที่ที่เหลือทางรัฐบาลเมืองซินจู๋ ได้กำหนดให้สร้างต้นไม้ และพุ่มดอกไม้ เช่น กุหลาบ คามิเลีย ออสมาตัส แอพบิคอต และดอกไม้ยืนต้นต่างๆ

เดือนเมษายน
4. เทศกาลทางทะเล Sea Festival

 รัฐบาลเมืองซินจู๋ได้ประกาศอย่างเป็นทางการให้เดือนเมษายน เป็นเดือนแห่งการเที่ยวทะเล โดยกำหนดกิจกรรรมเพื่อดึงความสนใจของนักท่องเที่ยว ให้เพลิดเพลินกับอาหารทะเลสด และวิวพระอาทิตย์ตกดินที่เงียบสงบในช่วงเดือนเมษายน

เดือนพฤษภาคม
5. MayTomb Sweeping Day

 เทศกาลนี้เป็นโอกาสที่คนจีนจะได้กลับไปเคารพบรรพบุรุษและคนรักที่ได้ล่วงลับไปแล้ว คนในครอบครัวจะมารวมตัวกันที่หลุมฝังศพของครอบครัว

เดือนกรกฎาคม
6. Prayer for Blessings Ceremony

 Prayer for Blessings Ceremony จัดขึ้นระหว่างเดือนจันทรคติที่ 7 ตามปฏิทินจีน ชาวบ้านจะร่วมประเพณีร่วมสวดมนต์หวังว่าจะได้พรจากทวยเทพ สำหรับเดือนต่อไป ความพยายามของรัฐบาลในท้องถิ่นอยากจะสื่อถึงความปรารถนาที่จะรักษาความเชื่อดั่งเดิมของซินจู๋ทุกยุคทุกสมัย

เดือนสิงหาคม
7.เทศกาลชมเมือง Sightseeing Festival
เมืองซินจู๋มุ่งมั่นอยากที่จะได้รับการยอมรับในหมานักท่องเที่ยวและได้รับการรับรองกับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว จึงเปิดเมืองในเดือนสิงหาคม จัดละครแบบมีเรื่องราวพื้นบ้าน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมและทำกิจกรรมทางวัฒนธรรม เน้นในเรื่องอาหารพื้นบ้าน และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ของซินจู๋

เดือนกันยายน
8. Rice Noodle Festival

ซินจู๋รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า เป็นเมืองแห่งลมของไต้หวัน เพราะมีก๋วยเตี๋ยวผัดที่ขึ้นชื่อ เดือนกันยายนจึงเกิดเทศกาลที่จะนำก๋วยเตี๋ยวผัดและลูกชิ้นมาเป็นศูนย์กลางของเทศกาล ซึ่งจะมีประวัติและวิธีอาหารจานนนี้ด้วย แน่นอนทุกคนจะต้องเพลิดเพลินกับเทศกาลนี้เพราะการกิน

เดือนตุลาคม
9. International Glass Art Pavilion

เทศกาลแก้วเริ่มขึ้นในช่วงปี 1990 และจะจัดขึ้นทุกสองปีภายในนิทรรศการครอบคลุมประวัติศาสตร์ของโรงงานทำแก้วในซินจู๋ ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงระดับโลก ศิลปินผู้ประดิษฐ์แก้วจากประเทศอิตาลี ประเทศเยอรมนีและประเทศอื่นๆ ต่างได้รับเชิญให้เข้าร่วมเทศกาลนี้ เพื่อแสดงถึงความงามและคุณภาพระดับสากลของงานแก้ว ศิลปินนำงานศิลปะรูปแบบต่างๆหลายชิ้นมาจัดแสดงในงานนิทรรศการ เพื่อเป็นการนำศิลปะแก้ว เปิดสู่หน้าต่างโลก นิทรรศการนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างศิลปะและเทคโนโลยี ศิลปินร่วมสมัยทั้งในและต่างประเทศต่างได้รับเชิญให้เข้าร่วมนิทรรศการ เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของเมืองซินจู๋ ให้เป็นเมืองแห่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เดือนพฤศจิกายน
10. Pas-taai Festival

 เทศกาล Pas-taai เกิดขึ้นเพื่อจะทำหน้าที่เป็นเกียรติแก่กลุ่ม Saisiat ดั้งเดิม ซึ่งเป็นหนึ่งในเก้าเผ่าดั้งเดิมในไต้หวัน แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ดีทางศาสนาและวัฒนธรรมเป็นเทศกาลที่จัดขึ้นในตอนเย็น ในเขตปกครองของ Wufong พิธีนี้เป็นพิธีการเคารพวิญาณพื้นเมืองที่อาศัยในดินแดนแห่งนี้ จึงเป็นโอกาสเหมาะที่นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของไต้หวัน


เดือนธันวาคม
11. Monkey Ceremony
เผ่า Puyuma มีเทศกาลที่น่าสนใจใกล้สิ้นเดือนธันวาคม พิธีนี้จะเห็นชายสูงอายุจะแต่งกายเป็นชายหนุ่มและเข้าป่าพร้อมลิงกับไม้ไผ่ เพื่อเรียนรู้การมีชีวิตรอดภายในระยะเวลา 4วัน วันที่5 ให้ล่าสัตว์ ผู้ที่กลับมาพร้อมสัตว์ที่ล่ามาได้ จะได้รับการพิจารณาว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการแต่งงานอีกครั้ง

 สถานที่ท่องเที่ยว

1.พิพิธภัณฑ์แก้วซินจู๋ (Hsinchu Municipal Glass Art Museum)

 วัตถุประสงค์ของพิพิธภัณฑ์เพื่อเชื่อมโยงทรัพยากรทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อช่วยยกระดับอุตสาหกรรมแก้วของซินจู๋ และแนะนำอุตสาหกรรมแก้วให้กับประชาชนและผู้แทนจำหน่าย ตั้งอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของสวนสาธารณะซินจู๋ เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ 18 ธันวาคม 1999 และก็เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกในไต้หวันที่มีลักษณะเป็นกระจก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังคงรักษาโครงสร้างสไตล์ยุโรป มีสถาปัตยกรรมตะวันออกสมัยใหม่ และมีห้องโถงที่มีภาพคลาสสิกประดับอยู่ พิพิธภัณฑ์มุ่งเป้าไปที่การนำทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับแก้วและส่งเสริมอุตสาหกรรมแก้วในซินจู๋

2. Hsinchu Municipal Zoo

ก่อตั้งขึ้นในปี 1936 เป็นสวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดในไต้หวัน และยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ปัจจุบันสวนสัตว์มีสัตว์กว่า 300 ตัว ประมาณ 100 ชนิด รวมทั้งฮิปโปนกกระจอกเทศ เสือ และหมี มีสัตว์คุ้มครองอยู่มากกว่า 70 ตัว จากสัตว์ 23 ชนิด

3. Shibajian Mountain (Eighteen Peaks Mountain Park)

อยู่ในโค้งถนนทิศตะวันออกเฉียงใต้ผ่านเนินซินจู๋ลักษณะเป็นสวนสาธารณะป่าไม้ รูปพระจันทร์ สร้างในช่วงล่าอาณานิคมของประเทศญี่ปุ่น มีพื้นที่ยาวประมาณ 7-8 กิโลเมตรไปทางใต้ของเมือง Zhudong ที่ตั้งชื่อนี้เพราะสถานที่นี้มรยอดเขา 18 ยอด มียอดเขาสูงสุด 137.79 เมตร

ในปี 1733 วัสดุหลักในการสร้างกำแพงล้อมรอบเมืองซินจู๋เป็นไม้ไผ่ ต่อมาคนในซินจู๋ขุดคูน้ำและสร้างกำแพงใหม่ ที่ทำจากอิฐและหินในปี1827 ประตูทางเข้ามีจำนวน 4 ประตู ประตู Yingxi สร้างทางตะวันออก ประตูYishuang สร้างทางตะวันตก ประตู Gexun สร้างทางใต้ ประตู Gongchen สร้างทางเหนือ แต่ในช่วงล่าอาณานิคมของประเทศญี่ปุ่น ประตูทางทิศตะวันออกถูกรื้อลงในปี 1902 เพื่อใช้ในการสร้างถนนตัดผ่านไปยังประเทศญี่ปุ่น

5. Qingcao Lake

ทะเลสาบแห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งจากอ่างเก็บน้ำ Yaker แม้ว่าจะมีขนาดเล็ก แต่ทะเลสาบแห่งนี้ เป็นจุดชมวิวที่เก่าแก่ที่สุดในซินจู๋ และรายล้อมไปด้วยวัดเก่าแก่หลายวัด มีธรรมชาติ ต้นไม้เขียวขจี ทะเลสาบ Qingcao มีประวัติความเป็นมาร้อยกว่าปี และเป็นหนึ่งใน 8 สถานที่ที่สวยงามที่สุดในไต้หวัน

6. Vision Hall for Hsinchu City

ตั้งอยู่ในตัวอาคารซึ่งได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ ท่ามกลางสวนสาธารณะซินจู๋ ครั้งหนึ่งเคยเป็ฯห้องประชุมของกองทัพอากาศ ต่อมาได้เลิกใช้ ปัจจุบันใช้ในการอบรมและแนะนำข้อมูลประวัติศาสตร์และการพัฒนาเมืองแผนใหม่แก่ผู้มาท่องเที่ยว

7. Hsinchu City Hal

ตั้งอยู่ในอาคารสองชั้นที่สร้างด้วยอิฐ สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี1926 ระหว่างยุคล่าอาณานิคมของประเทศญี่ปุ่น ตัวอาคารภายนอกเป็นรูปตัวยู รวมเป็นการออกแบบสถาปัตยกรรมตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน ภายในตัวอาคารมีล็อบบี้ต้อนรับที่น่าประทับใจสไตล์โรมัน

8. Hsinchu City God Temple

หรืออีกชื่อคือวัด Chenghuang ขนานนามว่าเป็นวัดที่ดีที่สุดในซินจู๋ ตั้งอยู่หัวถนน Zhongshan เป็นที่รู้จักในอันดับสูงสุดของวัดภายในไต้หวัน สร้างเสร็จในปี 1748 มีชื่อเสียงในเรื่องเครื่องหอมยาจีน มีความเชื่อในลัทธิเต๋า มาเกือบร้อยกว่าปี ภายในวัดมีภาพวาดสีสันสวยงามและโดดเด่น

9. Chenghuang Temple Night Market

ที่วัด Chenghuang แห่งนี้ เชื่อกันว่าถ้ามาไหว้พระขอพร จะช่วยเรื่องสุขภาพให้แข็งแรง มีอนาคตรุ่งโรจน์ ถ้ามาตอนกลางคืนผู้คนที่มาสักการะและมาเที่ยว จะเห็นว่าคนไม่น้อยกว่าช่วงกลางวัน แม้สถานที่ตั้งจะอยู่หน้าวัด แต่ยังมีร้านค้ามาเปิดขายมากมาย ร้านค้าต่างๆยังคงรักษาเอกลักษณ์ของวัดในรูปแบบเดิม วัดนี้มีประวัติอันยาวนานสืบย้อนกลับไปในช่วงการล่าอาณานิคมของญี่ปุ่นตั้งแต่ 1895-1945

10. Gangnan Coastal Scenic Area

เดิมเป็นชายหาดที่ใช้สำหรับว่ายน้ำ ต่อมารัฐบาลจัดเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพราะมีเหตุผลที่ว่าพื้นที่นี้มีทิวทัศน์สวยงาม มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมเพรียง โดยทำถนนสำหรับขี่จักรยานเพิ่ม มีพื้นที่ตั้งแต่ทิศเหนือจนถึงทิศใต้ของคลอง Gangnan มีสะพานแบบจีน 4 แห่ง ทอดยาวตามคลอง โดยเฉพาะถ้ามาตอนกลางคืนจะสวยมากกว่าตอนกลางวัน

11. Big City Department store

ห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ ที่ชื่อ Big City อาจจะเป็นคำตอบของวิศวกรที่มีเวลาว่างมากในซินจู๋ เป็นผู้สร้าง มีความใหญ่เป็นอันดับสองในประเภทห้างสรรพสินค้าของไต้หวัน รองจากห้างสรรพสินค้าอันดับหนึ่งที่ชื่อว่า Dream mall จากเกาสง ทางภาคใต้ของไต้หวัน มีศูนย์กีฬาในร่ม ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ข้างๆสถานีรถไฟซินจู๋ มีทั้งหมด 7 ชั้น คนในประเทศสามารถมาจับจ่ายใช้สอยภายในห้างอย่างสะดวก

12. Hsinchu 17-Kilometer Coastal Scenic Area

ตั้งอยู่จากชายฝั่งหมู่บ้าน Nanliao ไปทางทิศใต้ของ Nangang ในซินจู๋ สามารถเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ เช่น ท่าเรือ Season Park ,Horizon Viewing Area, คลอง Nangang , สวนป่าชายเลน(Mangrove Park), ชายฝั่งทะเล(Splendor Coastlin), จุดชมวิวHaishan Harbor, สถานที่ชมนกNangang และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งอาหารพื้นเมืองแสนอร่อย พักผ่อนหย่อนใจกับแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมทั้งหมดนี้ได้ที่ซินจู๋

13. Hsinchu Science Park

ตั้งอยู่ในส่วนของทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ไต้หวัน เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งแรกในไต้หวัน สร้างขึ้นในปี 1980 ใช้เป็นที่แนะนำและเสริมสร้างแผนอุตสาหกรรมไฮเทคของไต้หวันและช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ดียิ่งขึ้น ในอุทยานมีพื้นที่แบ่งออกเป็นสามส่วน ที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ล่ะส่วนจะมีข้อดีในตัวของมันเอง ส่วนกลางของอุทยาน เน้นเรื่องเครื่องกลและการบิน ทางส่วนใต้ของอุทยานเน้นการสร้างใยแก้วนำแสง ทางทิศเหนนือของอุทยานจะเป็นตัวนำและการผลิตหลักของที่นี่

14. Sheipa Leisure Farm

ตั้งอยู่ในเขตปกครองของ Wufeng ในซินจู๋ เป็นฟาร์มผลไม้ใกล้กับอุทยานแห่งชาติประมาณ 460เมตรมีทีศนียภาพเป็นเทือกเขาที่กว้างขวาง มีจุดชมวิวมากมาย เช่น จุดชมวิวทะเลหมอกในเวลากลางคืน จุดชมวิวหิมะในฤดูหนาว จุดชมวิวสายลม จุดชมวิวแสงแดดและจุดชมวิวที่มีอากาศอบอุ่น ที่นี่สามารถให้บริการเก็บผลไม้กลางภูเขาได้ ผู้มาท่องเที่ยวจะได้ยินเสียงของธรรมชาติควบคู่ทิศทัศน์ที่งดงามตามจุดชมวิว

15. Guanwu National Forest Recreation Area

ชายแดนของ Wufeng ซินจู๋ ตั้งอยู่ระหว่างชุมชน Miaoli และ ชุมชน Guanwu เป็นสถานที่ตั้งของป่าที่มีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงาม มีความสูงถึง2000 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 22.3 องศาเซลเซียส มีเส้นทางเดินป่าทั้งหมด 5เส้นทาง ในป่าแห่งนี้ มีต้นไม้ยักษ์ที่ศักดิ์สิทธิ์ อายุกว่า 2000ปี ในฤดูหนาวจะมีภูเขาหิมะที่มีชื่อเสียงด้านน้ำตกที่สวยงาม เช่นเดียวกับฤดูร้อน จะมีสัตว์มากมายเช่น กวาง เก้ง นก ผีเสื้อ ที่สามารถพบเห็นได้

16. Qing Spring Catholic Church

 เป็นโบสถ์คาทอริกที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Taoshan ในชุมชน Wufeng ซึ่งตั้งใกล้กับที่อยู่อาศัยของชนเผ่า Atayal และชนเผ่า Saisiat สร้างขึ้นในปี 1976 สถานที่แห่งนี้ ถูกตกแต่งโดยบาทหลวงชาวอเมริกันที่มาอาศัยในที่แห่งนี้โดยบำรุงรักษาเป็นเวลา 33ปี โบสถ์แห่งนี้มีกระจกสีจำนวน 11บาน ที่วาดด้วยสีน้ำมันเป็นรูปนกและดอกไม้

 17. Hukou Old Street


 อยู่ในเมืองซินจู๋ เป็นถนนที่มีความยาว 300 เมตร โดยมีบ้านและร้านค้ากว่า 200 หลังคาเรือน ถูกสร้างในปี 1920 ผู้มาท่องเที่ยวจะได้พบเรื่องราวตามสองข้างทางซึ่งร้านค้าและบ้านจะมีความสมบูรณ์เพราะได้รับการซ่อมแซมและบูรณะขึ้นใหม่ ในปัจจุบันได้เรียงแผ่นอิฐขึ้นมาใหม่บนทางเดินรวมถึงสร้างรูปปันมังกร กวาง กิเลน และสัญลักษณ์อื่นๆที่มีคุณสมบัติสำคัญทางสถาปัตยกรรมของจีน

18. Neiwan Old Street

 ตั้งอยู่ในเมือง Hengshan ของซินจู๋ ถนน Neiwan มีชื่อเสียงเพราะมีร้านค้าที่เรียงรายไปด้วยสถาปัตยกรรมไม้แบบดั่งเดิม เมือง Hengshan อุดมไปด้วยทรัพยากรทางการเกษตรและแร่ธาตุจนทำให้ในอดีตที่ผ่านมาถนน Neiwan ได้กลายเป็นทางเดินหลักที่จะเข้าไปยังป่า แต่ปัจจุบันที่แห่งนี้จะแออัดไปด้วยนักท่องเที่ยว เต็มไปด้วยอาหารรสเลิศ สภาพแวดล้อมที่สวยงาม สไตล์ญี่ปุ่นเข้ามาแทนที่

19. Leofoo Village Theme Park

 ตั้งอยู่ใน Guanxi ซินจู๋ ก่อสร้างครั้งแรกในปี 1994 มีพื้นที่หลัก 4 ส่วน คือ 1แอฟริกันซาฟารี 2ป่าเขตร้านตะวันตก 3แปซิฟิกใต้ 4ราชอาณาจักรอาหรับ มีการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจ แก่ผู้มาท่องเที่ยว โดยเฉพาะเขตแปซิฟิกใต้ คุณสามารถมาเยี่ยมชมได้ในเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน จะมีพาเหรด ตระการตา และมีสวนย่อมที่ไว้พักผ่อน


อาหารแนะนำ
1.ลูกชิ้นหมูและก๋วยเตี๋ยวผัด

 2.เทมปุระรวม

3.ก๋วยเตี๋ยวเป็ดและบะหมี่Qie Zai

 4.ก๋วยเตี๋ยวเนื้อและBlack Cat Bun(ซาลาเปาไส้หมู)

 5.เสี่ยวหลงเปา(ซาลาเปาที่มีน้ำซุบอยู่ด้านใน)

6. Agemono & Vegetable Roll(รวมทอด)

7. Hakka Glutinous Riceballs & Fish Ball Soup

8. Pork Stuffed Meatball(ลูกชิ้นยัดไส้)

9. Braised Pork Rice

 10. Shaved Ice น้ำแข็งใส

 11. เค้กนึ่งและเนยถั่ว

12. Thick Soup

 

Powered by MakeWebEasy.com