เกาสง (Kaohsiung City)

827 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข้อมูลท่องเที่ยวไต้หวัน

เกาสง (Kaohsiung City)

 ชื่อเรียก : The Harbor City (Gangdu) The Maritime Capital, The Waterfront City

เกาสง เป็นเมืองใหญ่ที่สุดอันดับที่สี่ของไต้หวันและตั้งอยู่ในทิศใต้ของเกาะไต้หวัน ยังเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิต การกลั่นน้ำมัน การขนส่ง และเป็นเมืองท่าเรือที่สำคัญ เกาสงเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการต่อเรือของไต้หวันเพราะท่าเรือของเกาสงเป็น 1 ใน 4 ของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของโลก เกาสงยังเป็นเมืองที่สวยงามและมีชื่อเสียงในด้านทิวทัศน์ที่งดงามและเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว

เมืองเกาสงมีพื้นที่กว้างประมาณ 150 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันมีประชากรกว่า 2.7ล้านคน เมืองเกาสงเป็นเมืองที่ได้รับการบุกเบิกพัฒนาค่อนข้างนาน อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรมได้รับการพัฒนาค่อนข้างเร็วบนเกาะไต้หวัน

เมืองเกาสงเป็นเมืองอุตสาหกรรมอันสำคัญของมณฑลไต้หวัน มีโรงงานกลั่นน้ำมัน โรงงานถลุงเหล็กและเหล็กกล้า อู่ต่อเรือ ซึ่งเป็นวิสาหกิจที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลไต้หวัน อุตสาหกรรมอีเล็กตรอน การผลิตเครื่องจักรกล ปูนซีเมนต์ ปุ๋ยเคมี การถลุ
งอลูมิเนียม และการผลิตน้ำตาล เป็นต้นก็เจริญพัฒนามาก เมืองเกาสงยังเป็นศูนย์การประมงของ ไต้หวัน การประมงทางมหาสมุทรไกลอยู่ในอันดับแรกของมณฑลไต้หวัน

การคมนาคมทางบก ทางน้ำและทางอากาศของเมืองเกาสงต่างก็พัฒนามาก ท่า เรือเกาสงเป็นท่าเรือน้ำลึกที่มีชื่อดัง จะให้เรือบรรทุกสินค้าขนาดหมื่นตัน 34 ลำเข้าเทียบท่าพร้อมกันได้ ปริมาณการขนถ่ายสินค้าของเมืองเกาสงในแต่ละปีอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลกรองลงมาจากฮ่องกกง สิงคโปร์และท่าเรือรอคเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ สนามบินนานาชาติเมืองเกาสงมีเที่ยวบินระหว่างประเทศและเที่ยวบินภายในเกาะไต้หวันทั้ง
เป็นประจำและไม่เป็นประจำ จากเมืองไทเปถึงเมืองเกาสง ถ้าโดยสารเครื่องบินใช้เวลา เพียง 40 นาทีเท่านั้น ถ้าโดยสารรถไฟหรือรถยนต์ก็ต้องใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง

ภูมิประเทศ

เกาสง ตั้งอยู่ทางชายฝั่งด้านทิศใต้วันตกเฉียงใต้ของไต้หวันโดยหันไปทางช่องแคบไต้หวัน มีภูมิอากาศแบบเขตร้อน อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 30 C ในช่วงฤดูร้อน (พ.ค.– ก.ย.) และ 10 C ในช่วงฤดูหนาว (ธ.ค.– ก.พ.) ตัวเมืองแบ่งพื้นที่โดยกว้างออกเป็น 3 บริเวณใหญ่ ๆ คือ เขตตัวเมืองเก่า ซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และความงดงามของทัศนียภาพที่มีเสน่ห์ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของแม่น้ำแห่งความรัก เขตธุรกิจของตัวเมืองใหม่ ซึ่งรวมตัวกันอยู่บริเวณรอบ ๆ ท่าเรือเกาสง และ อยู่ทางด้านตะวันออกของแม่น้ำ เขตสุดท้ายคือ เขตชานเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่พักอาศัยและย่าอุตสาหกรรม สัญลักษณ์ทางธรรมชาติ 2 แห่งของเมืองเกาสงคือ ภูเขาปะการัง ชูซัน และ พานพินซัน

ประวัติศาสตร์

เมืองเกาสง สร้างขึ้นในช่วงปลายราชวงศ์หมิง และเติบโตขึ้นมาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อ “ต๋า-เก๋า” ซึ่งเป็นภาษาที่พูดกันของคนส่วนใหญ่ที่อพยพถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในยุคแรก ชื่อของเมืองมีต้นกำเนิดจาก มาคาเตา ซึ่งเป็นชื่อของชนเผ่าท้องถิ่น หมายถึง “ป่าไม้ไผ่” ในภาษาของชนเผ่าท้องถิ่น ภายใต้การปกครองของ เจิ้งจิง ในปี 1664 เมืองนี้ถูกตั้งชื่อให้ว่า หว่าน เหนียน โจว ภายหลังจากที่มีการเปลี่ยนชื่อเมืองอีกครั้งเป็น ต๋า-เก๋า ในช่วงปลายทศวรรษ 1670 เมืองนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยผู้อพยพมาตั้งถิ่นฐานซึ่งมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ในปี 1684 ราชวงศ์ชิงมีชัยชนะได้ครอบครองไต้หวันและได้ตั้งชื่อเมืองใหม่เป็น มณฑลเฟิงซัน ในปี 1863 เกาสงได้กลายเป็นเมืองท่าด้านพาณิชกรรม และต่อมาได้รับการพัฒนาให้เป็นเมืองท่าทางทะเลอย่างเป็นทางการหลังจากปี 1895

ในปี 1895 ไต้หวันถูกยกให้เป็นของญี่ปุ่นซึ่งเป็นข้อตกลงส่วนหนึ่งตามสนธิสัญญาชิโมโนเซกิ ในช่วงนี้เองที่ชื่อของเมืองนี้ถูกเปลี่ยนจาก ต๋า-เก๋า เป็น ทาคาโอะ (ในภาษาญี่ปุ่น) แม้ว่าการออกเสียงจะใกล้เคียงกันก็ตาม แต่ความหมายของตัวอักษรเดิมซึ่งหมายถึง “การตีสุนัข” นั้น ถูกแทนที่ด้วยความหมายที่ฟังดูดีกว่ามากคือ “วีรบุรุษผู้สูงส่ง” ชาวญี่ปุ่นที่เคยยึดครองเกาสงได้พัฒนาเมืองให้เจริญก้าวหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือท่าเรือ ภายหลังจากที่การปกครองไต้หวันถูกมอบกลับคืนแก่ประเทศจีนในปี 1945 ชื่อของเมืองที่เรียกกันอย่างเป็นทางการตามแบบอักษรภาษาโรมัน ได้กลายมาเป็น “เกาสง” (Kao-hsiung)

หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆบนเกาะฉีจิน กลายมาเป็นเมืองขนาดใหญ่ ที่มีประชากรมากกว่า 2.8 ล้านคน
เมื่อ 400 ปีที่ผ่านมา เกาสงได้พัฒนาจากหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆบนเกาะฉีจิน กลายมาเป็นเมืองขนาดใหญ่ทีมี่ประชากรมากกว่า 2.8 ล้านคน มีพื้นที่ตั้งแต่บริเวณน้ำอุ่นของช่องแคบไต้หวันมาถึงเนินเขาที่หนาวเย็นทางตะวันตกเฉียงใต้ของยวี่ซัน ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดของไต้หวัน แต่ประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใกล้กับทะเล ตัวเมืองเกาสงเป็นศูนย์รวมของตึกสูงระฟ้า ร้านค้าและร้านอาหารชั้นเลิศ ท่าเรือเกาสงเป็นท่าเรือที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของไต้หวันและยังเป็นตัวกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับท้องทะเลอีกด้วย ภายในเกาสงนั้นมีทั้งชาวจีนแคะและหมู่บ้านชนเผ่าพื้นเมือง รวมไปถึงป่าและหุบเขาที่เต็มไปด้วยนกและผีเสื้อจำนวนมาก และโคลนจากภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอีกด้วย ใครก็ตามที่ชื่นชอบเรือจะต้องติดใจเมืองเกาสงเป็นอย่างมาก นอกจากจะสามารถล่องเรือไปในแม่น้ำอ้ายเหอและนั่งเรือสำราญที่มีจุดเริ่มต้นจากท่าน้ำเจินอ้ายแล้ว ยังมีเส้นทางล่องเรือสั้นๆ เพื่อข้ามปากอ่าวเกาสงจากท่ารเอข้ามฟากกูชั่นไปยังเกาะฉีจินได้ด้วย นอกจากนี้มีวัดโฝกวงซันเป็นศาสนสถานที่มีความใหญ่โตและมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของไต้หวัน ด้วยแรงศรัทธาของชาวพุทธในไต้หวันทำให้วัดนี้ มีอาณาเขตเป็นภูเขาเกือบทั้งลูกเลยทีเดียว เมืองนี้เต็มไปด้วยเส้นทางสำหรับขี่จักรยานที่มีระยะทางรวมมากกว่า 200 กิโลเมตร เส้นทางที่ยาวที่สุดและน่าสนใจที่สุดคือเส้นทาง ท่าเรือข้ามฟากซินกวงยาวตลอดไปจนถึงท่าเรือข้ามฟากกู่ซัน สามารถเช่าจักรยานได้จากจุดที่เรียกว่า “ซี-ไบค์” ซึ่งมีอยู่ทั่วไปตามด้านนอกของสถานีรถไฟใต้ดินหลายๆสถานี


สภาพภูมิอากาศ
เกาะไต้หวันตั้งอยู่ระหว่างเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน จึงมีลักษณะภุมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เนื่องจากถูกล้อมรอบด้วยทะเลจึงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ทำให้ที่นี่อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 22 องศาเซลเซียสต่อปี (ไม่รวมพื้นที่ๆ อยู่บนยอดเขาสูง) อาจจะมีหิมะในพื้นที่ๆ อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,000 เมตรขึ้นไป มีฝนตกชุกและมีพายุพัดผ่านบ่อยครั้ง


เวลา
เวลาในประเทศไต้หวัน เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง


ภาษา
ใช้ภาษา จีนกลาง (Mandarin) เป็นภาษาราชการ ฮกเกี้ยน (หมิ่นหนาน) เป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้ทั่วไปคู่กับจีนกลาง ข้าราชการระดับสูงทั่วไปสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้


เงินตรา
ใช้สกุลเงิน เหรียญไต้หวัน (New Taiwan Dollar : NTD) 35.06 NTD = 1 USD หรือ 1 เหรียญไต้หวัน = 1.2168 บาท


ระบบไฟฟ้า
ไต้หวันใช้กระแสไฟฟ้า แบบ 110 V. 60 Hz (ไม่เหมือนประเทศไทย) ปลั๊กเสียบเป็นแบบ ขาแบน 2 ขา ฉะนั้นท่านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น กล้องวิดิโอ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องเป่าผม ควรมีปลั๊กแบบใช้ได้ทั่วโลก (Universal Adaptor) ติดตัวไปด้วย เพื่อความสะดวกของท่านกรุณาเตรียม ฟิล์มถ่ายรูป, แบตเตอร์รี่ ไปให้เพียงพอจากประเทศไทย

ฟิลม์และกล้องถ่ายรูป
ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว


การใช้โทรศัพท์
โทรศัพท์ทางใกลจากไต้หวัน : รหัสโทรทางไกล (002 หรือ 009) + รหัสประเทศ (รหัสประเทศไทย 66) + รหัส พื้นที่ (เลข 0 ข้างหน้าเอาออก) + เบอร์โทรศัพท์

โทรศัพท์ถึงไต้หวันจากต่างประเทศ: รหัสโทรทางไกล+ 886 + รหัส พื้นที่ (เลข 0 ข้างหน้าเอาออก) + เบอร์โทรศัพท์


การให้ทิป
การให้ทิปในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ และมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการท่าน อาทิคนขับรถ / ไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง

 

การขนส่ง
Port of Kaohsiung

Kaohsiung International Airport (IATA: KHH) [2] is about twenty minutes to the south of the city center. 1997 a new terminal was added dedicated to international connections and transfers to Taipei international airport [3]. International flights from Asia arrive daily, with frequent connections between Taiwan Taoyuan International Airport and Kaohsiung. The airport is on the MRT Red Line and is also easily accessible by scooter, car or taxi.

By train
Taiwan High Speed Rail line (HSR). Traveling by train is a viable option for getting to Kaohsiung, as the fastest trains from Taipei cover the distance in just 90 minutes. There are 3 types of tickets: Business Reserved, General Reserved, and Non-Reserved. Reserved are approx. NT$1500 ($50 USD) and non-reserved slightly cheaper at NT$1400. Remember to get Designated Seats if you are traveling with luggages, it’s <NT$100 more expensive.
The stations and platforms are wheelchair-friendly and all trains include a wheelchair-accessible car (wider doors, ample space, accessible bathroom). Note that the official English guide for online reservations distinguishes between “senior or disabled tickets” and “handicap-friendly seats”; while it’s possible to buy a ticket for the former online (“correct passenger ID” required), a ticket for the latter has to be reserved by calling the ticketing office on the phone. [4]

Please note The HSR terminal is in Zuoying (左營, also Tsoying) on the northern outskirts of town, and you’ll need to connect to the city center via the MRT Red Line (approximately NT$20-25), bus, ordinary train, or taxi (approximately NT$250-350). The MRT Red Line now extends to Kaohsiung Main Station (#R11) and the HSR Station (#R16) and beyond (see system map here: http://www.krtco.com.tw/en/service/service-1.aspx). Kaohsiung is also served by the Taiwan Railway Administration’s Western Line and Pingtung Line. The city is roughly 4 to 5 hours away from Taipei by normal express train.

By bus
Buses run the length of the island, with stops in major towns. They feature fully reclining seats, baggage transportation and, on some, video game consoles or televisions for each seat. Prices run around NT$1000 per trip, give or take, depending on the initial and final destination.

Most major bus companies have their office and stops close to the train station. They are located on the same road as the train station, about half a block down the street.

By boat
Because Kaohsiung is also a harbor, transportation by boat will bring you directly into the city.

 เทศกาล
เดือนมกราคม
- Dagangshan Forest Concerts
- 12 Hakka Festivals (monthly, throughout year)

เดือนกุมภทพันธ์
- Kaohsiung Lantern Festival
- Linyuan onion sales promotion activities
- Kaohsiung International Marathon
- Kaohsiung Spring Arts Festival

เดือนมีนาคม
- Neimen Song Jiang Carnival
- Gangshan Bamboo Festival
- Dagangshan Flower Season Art Workshop

เดือนเมษายน
- Yuemei Bridge opening ceremony and local products promotion
- Dagangpu International Tourism and Culture Festival

เดือนพฤษภาคม
- Bunun Ear-Shooting Festival
- Yong-an Grouper Festival
- Pineapple and Lychee Festival

เดือนมิถุนายน
- Cao Jin Culture Festival
- Kaohsiung Dragon Boat Festival and International Dragon Boat Races

เดือนกรกฎาคม
- Kaohsiung International Puppet Theater Festival
- Dagangshan Longan and Honey Festival
- World Children’s Baseball Fair
- Summer Kaohsiung
- Ocean tourism promotion activities

เดือนสิงหาคม
- Cishan Banana Festival
- Aboriginal art exhibition and international exchange activities

เดือนกันยายน
- Jiasian Taro and Bamboo Shoot Festival
- Daliao Bean and Flower Festival
- Meinong Sea of Flowers planting period
- Liouguei Have Fun

เดือนตุลาคม
- Kaohsiung Lion Dance Festival
- Kaohsiung Design Festival
- Kaohsiung Film Festival
- Jiasian Siaolin Pingpu Night Offering Ritual
- Kaohsiung Zuoying Wannian Folklore Festival
- Gangshan Mutton Festival

เดือนพฤศจิกายน
- Ciaotou Shueitoujhuang Community events
- Duona Black Rice Festival (Tapakarhavae)
- Milkfish Festival
- Ciaotou Sea of Flowers

เดือนธันวาคม
- Marine Culture Festival
- Tsou Shell God Festival (Miatungusu)
- Mullet Festival
- Lujhu Tomato Culture Festival
- Yanchao Guava and Jujube Festival

 สถานที่ท่องเที่ยว

1.แม่น้ำแห่งความรัก ( Love River ) (愛河)

แม่น้ำแห่งความรัก (Love River) หรือที่รู้จักกันในชื่อ แม่น้ำตาเกา (Ta Kau River)ในสมัยราชวงศ์ชิง ถูกตั้งชื่อใหม่โดยชาวญี่ปุ่นเป็น แม่น้ำทาคาโอะ (Takao River) แม่น้ำสายนี้ยังถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า คลองเกาสง (Kaohsiung Canal) หลังจากที่ได้มีการบูรณะไต้หวันใหม่ ริมฝั่งแม่น้ำทั้งสองด้านก็ได้รับการปรับปรุงให้สวยงามด้วยความเขียวขจีของพืชพรรณไม้ต่าง ๆ และพัฒนาให้เป็นพื้นที่สวนสาธารณะตกแต่งด้วยแนวเสาหินที่ผูกคล้องกันด้วยเชือกโลหะ สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ โรแมนติกสำหรับคู่รักต่าง ๆที่จะมานัดพบกัน ดังนั้นแม่น้ำนี้จึงมีชื่อเสียงเป็นแม่น้ำแห่งความรัก แม่น้ำสายนี้เคยเป็นแม่น้ำที่สกปรกและมีกลิ่นเหม็น เนื่องจากภาวะมลพิษของท่อระบายน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมรมและบ้านเรือน และเคยถูกมองด้วยความประชดประชันว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่น่าเกลียดที่สุดของเกาสง แต่หลังจากช่วงเวลาหลายปีของการควบคุมภาวะ มลพิษ แม่น้ำสายนี้ก็กลับคืนสู่สภาพที่สวยงามอีกครั้ง บนริมฝั่งแม่น้ำทั้งสองด้าน สวนสาธารณะต่าง ๆ และพื้นที่สีเขียวหลายแห่งได้รับการปรับปรุงพัฒนาและสร้างทางวิ่งสำหรับจักรยานเป็นระยะทางยาวมาก คนทั้งหลายสามารถมาเดินเที่ยวตามทางเดินริมฝั่งแม่น้ำพร้อมชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงามและเพลิดเพลินกับการสัมผัสอย่างแผ่วเบาของสายลม แม่น้ำอ้ายเหอหรือแม่น้ำแห่งรัก(Lover river) เป็นคลองที่ไหลผ่านกลางเมือง มีขนาดใหญ่ จนถูกเรียกว่า แม่น้ำ เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวสามารถ หากาแฟดื่ม ฟังเพลงเพราะๆยามค่ำคืน ในเมืองเกาสงได้

2.ตลาดกลางคืน หลิวโฮ ( Liu Ho Night Market ) (六合夜市)

นักท่องเที่ยวจะไม่สามารถพูดว่าได้มาเที่ยวเกาสง ถ้าพลาดการไปเที่ยวตลาดกลางคืนหลิวโฮ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนหลิวโฮ ตลาดแห่งนี้ในเวลากลางวันจะเป็นถนนสายตรงที่มีรถวิ่งไปมา แต่ช่วงเวลากลางคืนจะกลายเป็นตลาดกลางคืนที่มีสรรพสิ่งต่าง ๆ มากมาย มีร้านค้าเล็ก ๆ ขายสินค้ามากกว่า 100 ร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ขายอาหารทานเล่นต่าง ๆ (Snacks) พร้อมทั้งมีสิงบันเทิงและเกมส์ต่าง ๆ ให้เล่นสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ แต่สินค้าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายหรือของชำต่าง ๆ แทบจะไม่มีในตลาดแห่งนี้ มีร้านสเต็กเฮ้าส์จำนวนมากอยู่รอบ ๆตลาด ขายสเต็กเนื้อวัวในราคาที่สมควร ไม่ว่านักท่องเที่ยวอยากจะได้อะไร เช่น อาหารรสเลิศที่หลากหลาย อาหารจานพิเศษ เครื่องดื่ม ไอศกรีม และอาหารทะเล ที่นี่ก็จะมีบริการให้ตามความประสงค์ ถ้าอยู่ในเมืองเกาสง นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดโอกาสที่จะชิมเครื่องดื่ม นมมะละกอ (Papaya Milk) และกุ้งอบเกลือ

3.เจดีย์มังกรและเสือ ( Dragon and Tiger Pagodas )

 ประมาณ 700 เมตร ไปทางทิศใต้ของศาลาฤดูใบไม้ผลิและศาลาฤดูใบไม้ร่วง (Spring and Autumn Pavilions) ซึ่งอยู่ในบริเวณทะเลสาบดอกบัว (Lotus Lake) เป็นที่ตั้งของเจดีย์มังกรและเสือ บริเวณปากมังกรจะเป็นทางเข้าสู่ภายในเจดีย์ และบริเวณปากเสือจะเป็นทางออก การเดินเข้าไปทางปากของมังกร และเดินออกมาทางปากของเสือถือเป็นเสมือนการเปลี่ยนจากความโชคร้ายให้กลายเป็นความโชคดี ภายในเจดีย์มีภาพวาดต่าง ๆ บรรยายถึงลูกหลานชาวเมือง 24 คนของจีนที่เป็นผู้มีความประพฤติอ่อนน้อมที่สุด รวมทั้งภาพวาดและรูปปั้นเกี่ยวกับเรื่องราวของสวรรค์และนรก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ คนทำความดีต่าง ๆ ในช่วงที่มีชีวิตอยู่ และเพื่อเป็นการชี้ให้เห็นถึงตัวอย่างของผลกรรมสำหรับการทำความชั่ว

4.วัดขงจื๊อ ( Confucius Temple 

 วัดนี้เป็นสถาปัตยกรรมที่จำลองรูปแบบมาจากสถาปัตยกรรมทั่วไปในช่วงราชวงศ์ซุง มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ และเป็นวัดในลัทธิขงจื๊อที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน บริเวณด้านข้างของสะพานโค้งภายในวัดมีรูปปั้นนูนสูงทำด้วยโลหะสัมฤทธิ์ (bronze) ของขงจื๊อ ซึ่งเป็นนักปราชญ์ที่มีอิทธิพลที่สุดของจีน วัดแห่งนี้ยังเป็นสถานที่จัดงานวันครูประจำปีโดยจัดในวันที่ 28 ก.ย. ของทุกปี เพื่อเป็นการฉลองรำลึกถึงวันเกิดของขงจื๊อด้วย

5.อ่าวซีจึวัน Sizih Bay (Sizihwan)

เป็นอ่าวเล็ก ๆ อยู่ทางด้านตะวันตกของเมืองเกาสง ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาวางชูและเกาะชิชิน อ่าวซิจูเป็นหาดทรายที่มีแนวปะการังสวยงามตามแนวชายฝั่งและต้นมะพร้าวสูงทำให้มีทิวทัศน์งดงามราวกับดินแดนสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยว ในปี 1980มีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยซุนยัดเซ็นที่มีชื่อเสียง ณ.ที่นี้ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไต้หวันที่มีทัศนียภาพอันโรแมนติกของมหาสมุทรอยู่ด้วย สถานที่อื่น ๆ ที่น่าสนใจในบริเวณนี้คือ อุทยานริมชายฝั่งทะเล อนุสรณ์สถานของประธานาธิบดีเจียงไคเช็ค และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาซึ่งเคยเป็นสถานกงสุลของอังกฤษก่อสร้างขึ้นใน สมัยราชวงศ์ชิง อาคารหลังนี้ได้รับการบูรณะในปี 1985และต่อมาได้เปิดให้สาธารณชนเข้าเยี่ยมชมได้ ภายในอาคารเป็นสถานที่จัดแสดงเอกสารโบราณทางประวัติศาสตร์ ภาพแสดงเหตุการณ์ต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์ของไต้หวัน ภาพถ่ายต่าง ๆ แบบแปลนอาคาร แผนที่ทางยุทธศาสตร์ วัตถุและสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ และอื่น ๆ อีกมากมาย
อ่าวนี้เป็นที่เลื่องลือว่า มีชายหาดทรายที่สวยงามและเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ยางอัสดงที่มีบรรยากาศโรแมนติกและเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นหนึ่งในทิวทัศน์ที่งดงามแปดแห่งของไต้หวัน ไอศกรีมมหาสมุทร ที่ท่าเรือข้ามฟากกู่ซาน เป็นสิ่งที่ทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว โปรดปรานที่สุดในฤดูร้อน

6.ทะเลสาบดอกบัว(Lotus lake)

เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียง อยู่ทางตอนเหนือของเมืองเกาสง เป็นที่รวมวัดหลากหลาย อาทิ วัดของลัทธิเต๋า ที่อยู่มุมทางด้านเหนือและ ทิศใต้ของทะเลสาบ เจดีย์มังกรและเสือ และ กระโจมฤดูใบไม้ร่วง และ ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเวลาที่ทะเลสาบแห่งนี้สวยงามที่สุด คือในช่วงบ่ายแดดล่ม ลมตก เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบกับผืนน้ำ เป็นเงาสะท้อนกลับ ใกล้เคียงกันคือ ซากกำแพงโบราณและประตู ฝงชาน ซึ่งถูกออกแบบในอันดับต้นๆ ในทางด้านประวัติศาสตร์ ว่ากันว่า นักท่องเที่ยวที่เดินลอดปากของมังกรหิน และเดินออกจากปากของเสือจะเปลี่ยนความโชคร้ายเป็นความโชคดี

7.หอคอยแห่งแส่งสว่าง Tower of Light (光之塔)

8. Tuntex Sky Tower (東帝士85國際廣場)

เป็นตึก 85 ชั้นสร้างเมื่อ 1994-1997 เป็นตึกที่สูงที่สุดในเกาสงและสูงที่สุดในไต้หวันก่อนที่ตึกไทเป101จะเสร็จสมบูรณ์ ภายในตึกประกอบไปด้วยพื้นที่สำนักงาน, แหล่งช็อปปิ้ง, ร้านอาหาร และโรงแรม บนชั้น75ของตึกเป็นดาดฟ้าที่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวของเมืองเกาสงได้ โดยเสียค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย

9. สนามกีฬาแห่งชาติเกาสง Kaohsiung National Stadium (國家體育場)

เป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดและจุคนได้มากที่สุดในไต้หวัน สามารถจุคนได้ถึง 55,000 คน ส่วนใหญ่มักใช้สำหรับแข่งขันกีฬาต่างๆ สนามกีฬาแห่งชาติเกาสงสามารถดึงดูดผู้เข้าชมจำนวนมากตลอดทั้งปี สนามออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น เป็นการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ โดยได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีประสิทธิภาพในด้านพลังงานมากที่สุดและจุดประสงค์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจัดกิจกรรมหลักด้านกีฬา (World Games)

10. Cihou Fort (旗後砲台)

First fortifications were built in 1720, during Kangxi‘s reign.[1] After Japanese expedition in 1874 Chinese authorities constructed a modern fort, which in 1880 had new Armstrong’s guns installed.[2] It played no part in Sino-French War; the fighting in Taiwan took place around Keelung and during blockadeFrench ships did not approach the port.

Taiwan was ceased to Japan according to the Treaty of Shimonoseki in the aftermath of the first Sino-Japanese war. The local troops, however, fought on. On 12 October 1895, escadre commanded by admiral Arichi Shinanojo (cruisers Yoshino, Naniwa, Akitsushima, Yaeyama, Saien (ex Chinese Jiyuan, captured in Weihaiwei) and corvette Hiei) arrived at Kaohsiung and prompted the foreigners to evacuate, as they would conduct the attack on the next day. The foreigners boarded gunboat HMS Tweed and two tugs and withdrew (only to return once the fight was over). At 7 am, 13 October, Japanese ships opened fire on the forts, which returned the fire, but were silenced after half an hour. The forts fired 24 rounds altogether, the best of which landed ca 500 yards from Japanese cruisers. The Japanese troops seized the forts in early afternoon, suffering no casualties (4 Chinese soldiers were killed).[3]

 11. Old City of Zuoying (鳳山舊城)

 If you are in the mood to have a tryst with history, then there is no place better than the Old City of Zuoying. Laden with culture and tradition, Zuoying offers a peek into the many facets of the traditional oriental way of life. Located in the Tsoying District, Zuoying was the first ever city in Taiwan to be built with fortified walls. It is a completely walled city and is also known as the Old City of the Fengshan District or simply, The Old City. The city is surrounded by the Turtle and Snake mountains that form a natural barrier around it – thus giving it a strategic advantage over the enemy. This is a must for history lovers and followers of the art and strategy of war making.

12. Shou Shan Zoo (壽山動物園)

ตั้งอยู่ในอำเภอGushan ของเกาสง เป็นสวนสัตว์ที่เก่าเก่และใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของไต้หวัน ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 1 กรกฎาคม 1978 คุณสามารถพบสัตว์ชนิดต่างๆจากทั่วทุกมุมโลก เช่น แอฟริกา,เอเชีย,อเมริกาและออสเตรเลีย ภายในสวนสัตว์มีสัตว์หายาก เช่น ช้างแอฟริกัน ,เสือ Bengal, แพนด้าแดง, หมีดำFormosan,สิงโต เป็นต้น เช่นเดียวกันกับพืชกว่า 100 ประเทศในสวนสัตว์แห่งนี้

13.สถานกงสุลอังกฤษเก่า Former British Consulate at Takao (前清英國領事館)

เป็นอดีตสถานกงสุลอังกฤษ สร้างในปี 1865 ในเมืองเกาสงทางตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวัน โดยได้รับการออกแบบจาก สถาปนิกชาวอังกฤษและสร้างโดย บริษัทเทียนลี่

ปัจจุบันสถานกงสุลอังกฤษเก่า ภายในแบ่งออกเป็น4 ส่วน เป็นที่จัดแสดงเอกสารทางประวัติศาสตร์และภาพถ่ายจากอดีต, ห้องรับประทานอาหารและเตาผิง, สตูดิโอและห้องนอน, บริเวณชั้นใต้ดินใช้เป็นห้องเก็บของ อาคารตกแต่งและให้ความรู้สึกแบบสไตล์อังกฤษ นักท่องเที่ยวสามารถมาพักผ่อนและเพลิดเพลินกับอาหารหรือกาแฟสักถ้วย ที่สถานกงสุลอังกฤษเก่าแห่งนี้

14. พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์เกาสง Kaohsiung Museum of Fine Arts (高雄市立美術館)

เกาสงเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศทางด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่สำคัญของไต้หวัน ซึ่งพิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์เกาสงบอกความจริงข้อนี้ได้เป็นอย่างดี พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์เกาสง ตั้งอยู่ในเขตGushan เป็นหนึ่งในสามพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดของไต้หวัน
This new Museum of Fine Arts is located in the Neiweipi Cultural Park of Gushan District, the outdoor Sculpture Garden spires the various styles of sculptures, besides the permanent display of the masters’ calligraphies and pieces, each of the floors has exhibiting rooms, and holds the inter-national contemporary artworks exhibition regularly, several exhibitions of the masters’ pieces were making a great hit, and attracted tens of thousands of visitors to appreciate the artistic banquets.

Kaohsiung Museum of Fine Arts. The museum with an area of 40 hectare is situated in the Neiweipi Culture Park.

Pubic facilities like museum of fine arts, artificial lake, sculpture park, ecological park, museum of fine arts for kids are planned in order to fulfill the diversified needs of different people. With the aim of being “The Museum of Taiwanese Fine Arts History” and with a large collection of significant fine arts works as well as some special collection exhibition rooms, the museum should gain self-respect through collecting regional culture and arts, realize its functions of exhibition, archiving, researching and educating and reach its aims of “International localization and local Internationalization”.

15. Chai Mountain (柴山)

ตั้งอยู่ที่ด้านทิศตะวันตกของเกาสง เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ มีเส้นทางเดินป่า นักเดินทางไกลสามารถเพลิดเพลินกับชา ที่ร้านชาต่างๆตลอดเส้นทาง

16. Holy Rosary Cathedral (前金天主堂)

พระภาวนาวิหารเป็นโบสถ์คาทอลิกที่เก่าแก่ที่สุดในไต้หวัน ตั้งอยู่ในเมืองทางตอนใต้ของเกาสง เป็นที่อยู่ของ สังฆราช (Arc Bishop) แห่งไต้หวัน สร้างขึ้นในปี 1860 และปรับปรุงขึ้นใหม่ในปี1928 โบสถ์ตั้งอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำแห่งความรัก (Love River) ซึ่งมีการจัดพิธีมิสซา(mass)เป็นภาษาอังกฤษทุกวันอาทิตย์ เวลา 11โมง เป็นสถานที่จัดงานเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสอีฟ จึงเป็นที่รู้จักกันดีของชาวเมืองเกาสง

17.พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
National Science and Technology Museum (國立科學工藝博物館)

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เปิดในเดือนพฤศจิกายน 1997 พิพิธภัณฑ์ไม่ได้เป็นเพียงองค์กรที่โดดเด่นเรื่องการศึกษาแต่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ประยุกต์แห่งแรกและใหญ่ที่สุดของไต้หวันอีกด้วย ซึ่งมีพื้นที่กว่า 19 เฮกเตอร์โดยแบ่งทิศเหนือและทิศใต้ด้วยถนน Jiuru พิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยหนึ่งแกลเลอรี่ประจำและสามแกลเลอรี่ชั่วคราว

Exhibits focus on the historical, current and future development of technology as they relate to the industry and economic development of Taiwan. Exhibits introduce principles, procedures and applications of technology, and their influences on society. Many of the exhibits also provide the visitors with fun and knowledge not only through observation, but also through hands-on experience. The museum aims to enlighten visitors through the wonders of technology.

The museum has embarked upon a commitment to provide a wide variety of technological education activities. It offers an alternative learning environment where participants can learn about technological life in both serious and playful ways.

The museum is the largest educational institution in southern Taiwan. There are 18 exhibition halls divided into four groups: Scientific History, Information and Energy, Technology, and Commodities & Machinery

It occupies a base area of 19 hectares. Exhibits focus on the historical, current and future development of technology as they relate to the industry and economic development of Taiwan. The museum comprises several permanent galleries, library and three temporary galleries as well as the IMAX 3D theater. Exhibitions of the NSTM can be divided into permanent exhibitions and temporary exhibitions. For permanent exhibitions, the NSTM has different theme exhibition halls displaying the development and application of science and technology as well as the Chinese achievement in science and technology. Most exhibitions are interactive, hoping to educate the public with hands-on experiences. The NSTM works to introduce a variety of temporary exhibitions throughout the year, so that visitors can see the diversity of science, technology and culture.

18. Kaohsiung Museum of History (高雄市立歷史博物館)

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เกาสง ตั้งอยู่ถัดจากแม่น้ำแห่งความรัก(Love River) พิพิธภัณฑ์เปิดเมื่อในปี1998 ซึ่งตัวอาคารถูกสร้างขึ้นในปี 1938 มีอายุมากกว่า 60 ปี
หลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง ตัวอาคารถูกใช้เป็นห้องจัดแสดงทางประวัติศาสตร์ของเมืองเกาสง ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เด่นด้านการจัดเก็บภาษีและเอกสารทางประวัติศาสตร์ในเมืองเกาสง นอกจากนี้พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ยังช่วยในการพัฒนาและวิจัย
Kaohsiung Museum of History is located next to Love River, Kaohsiung City. The museum was reopened in 1998. The building itself was built in 1938, which means it is over 60 years old. After World War II, the building was used as Kaohsiung City Hall. As the building is significant as a landmark and in Kaohsiung’s history, the building was rebuilt as a history museum. Beside the museum are the Industrial Exhibition Center and the Concert Hall.

Kaohsiung Museum of History is a professional museum, collecting and filing historical documents and objects in Kaohsiung. Besides the categorizing of historic sites, the museum will enhance its research ability and combine local resources so as to preserve the diverse development of Kaohsiung.

19. Chang-Gu World Trade Center (長谷世貿大樓)

 The Chang-Gu World Trade Center (Chinese: 長谷世貿聯合國大樓), also known as Grand 50 Tower, is a 222 meters (728 ft) tall skyscraper inSanmin District of Kaohsiung, Taiwan. It was completed in 1992 and was designed by C.Y. Lee & Partners. It has 50 floors, the first building in Taiwan to have 50 floors or over, note the alternative name.

After its completion in 1992, the Chang-Gu World Trade Center became the tallest building in Taiwan. However, it only kept this title for 6 months when the Shin Kong Life Tower in Taipei was completed in early 1993. It kept the title as the tallest building in Kaohsiung for 5 years until the completion of theTuntex Sky Tower in 1997. The building is currently the 188th tallest building in the world.

The building follows a Chinese pagoda style and has an octagonal base to be stable against high winds which are typical in Taiwan as it is prone totyphoons. During the buildings test phase, it was tested to pressures equivalent of wind speeds in excess of 300 mph. It was also tested to withstandearthquakes which are commonplace in Taiwan.

The buildings crown follows the same perimeter as the rest of the building however it stands on an elaborate, thin base. The underside of the crown is lit up at night however the rest is not. The top is home to the Grand 50 Club which is managed by the Peninsula Group based in Hong Kong. The Grand 50 Club is known as a prestigious night-spot.

The building contains a car park with 280 spaces available. This located underneath the building, covering five underground floors. The atrium is 21 stories high and is clad in Spanish granite. At the top of the building is a helicopter pad.

 22. Singuang Ferry Wharf (新光碼頭)

เป็นท่าเรือเฟอร์รี่ตั้งอยู่ถัดจากTuntex Sky Tower ถนน Singuang เป็นสถานที่สำหรับเดินเล่นสบายๆ เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่สวยงามรับลมทะเล


20. True Love Ferry Pier (真愛碼頭) http://www.riverhotel.com.tw/main-attractions-es.html

Its was formerly the military No.12 dock, now integrates the artistic designs of flowers and plants, and a mega canvas, in accordance with the seafront park, green planting, viewing overpass, and the visitors service center, together they build up a premium family-friendly water recreation park that allows you to listen to the waves and embrace the stunning views; on the other side of the pier is the old storehouse, which presents strong historical memories, the new and old architectures here, have found their new balances and integrations, together they create a new urban esthetic.

It is a new scenery for seashore enjoyment. Visitors can take a tour ship to land on Cijin port, and take the shuttle bus, the “Sunshine Avenue Bus” to visit Cijin area and then back to Cijin port, or can take a ferry from the Cijin ferry station to Drum mountain ferry station, then take the Seashore bus back to Pier of True Love. (service suspended on Mondays)

Sunshine Avenue Bus (Holiday service) Cijin port – Cijin Sea Bathing Center. Time for start from Cijin port: 14:30 – 21:00 start in every ten minutes.

Seashore bus (Holiday service) railway station – Pier of True Love – Drum mountain ferry station. Time for start from railway station( holiday service): 12:00 – 21:30 start in every 15-20 minutes (every 30 minutes after 20:00)

21. Kaohsiung Fisherman’s Wharf (高雄港漁人碼頭)

ท่าเรือเกาสงไม่ได้เป็นเพียงท่าเรือสำหรับการขนส่งทางน้ำของเมือง แต่มันยังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่ง เมื่อรัฐบาลได้เข้ามาส่งเสริมการท่องเที่ยวในเกาสง ท่าเรือประมงของเกาสงจึงกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวริมทะเลที่สามารถมาชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม บริเวณท่าเทียบเรือยังมีร้านอาหารมากมายที่นักท่องเที่ยวสามารถมาลิ้มลองความอร่อยและความหลากหลายของอาหารทะเลท้องถิ่นได้

Reconstructed from an old warehouse, now its neighborhood is surrounded by many cafes and restaurants, due to its high location, it embraces the complete views of the ocean and massive ships docking, also can overlook the Chiho Lighthouse and sunsets; during nights, you can order a hot coffee and enjoy the commercial boats passing thru the front of the gorgeous harbor ablaze in lights, meanwhile enjoying the romantic marine expression of the harbor city.

Which boasts a unique port scenery and sightseeing place for large liners and cruise ships. The exceeding fascinating and charming sceneries include the wharf rest area with subtropical flavored coconut groves landscaping and stack wood trails, offering an exotic joy to visitors. Besides, there are Live Band Concert everyday, so the excellent performance and the natural resources bring out the best in each other.

การขนส่ง
- สนามบินนานาชาติ เกาสง
สนามบินเกาสงใหญ่เป็นอันดับสองของไต้หวัน สนามบินนานาชาติเกาสงตั้งอยู่ใน Siaogang ทางภาคใต้ของเมืองเกาสง
- ท่าเรือเกาสง
- รถขนส่งมวลชน
- รถไฟฟ้าใต้ดิน
-รถไฟความเร็วสูง
-การเดินเท้า
-การเช่าจักรยาน
-การเช่ารถยนต์

เทศกาล

January
1月

Dagangshan Forest Concerts
大崗山森林音樂會
12 Hakka Festivals (monthly, throughout year)
客庄12大節慶

February
2月

Kaohsiung Lantern Festival
高雄燈會藝術節
Linyuan onion sales promotion activities
林園區洋蔥促銷活動
Kaohsiung International Marathon
高雄國際馬拉松
Kaohsiung Spring Arts Festival
高雄春天藝術節


March
3月

Neimen Song Jiang Carnival
高雄內門宋江嘉年華會
Gangshan Bamboo Festival
籃筐會民俗活動
Dagangshan Flower Season Art Workshop
大崗山花季風情畫


April
4月

Yuemei Bridge opening ceremony and local products promotion
月眉橋通車暨產業行銷活動
Dagangpu International Tourism and Culture Festival
大港埔國際觀光文化節


May
5月

Bunun Ear-Shooting Festival
布農族射耳祭
Yong-an Grouper Festival
永安區石斑魚文化節活動
Pineapple and Lychee Festival
鳳荔文化觀光季


June
6月

Cao Jin Culture Festival
曹公文化節
Kaohsiung Dragon Boat Festival and International Dragon Boat Races
端午龍舟競賽暨國際城市龍舟邀請賽


July
7月

Kaohsiung International Puppet Theater Festival
布袋戲、偶戲節展演祭
Dagangshan Longan and Honey Festival
辦理大崗山龍眼蜂蜜文化節
World Children’s Baseball Fair
世界少年棒球大會
Summer Kaohsiung
夏日高雄系列活動
Ocean tourism promotion activities
辦理海洋觀光遊憩活動推廣行銷


August
8月

Cishan Banana Festival
旗山香蕉文化節
Aboriginal art exhibition and international exchange activities
辦理原住民藝術展及國際交流活動


September
9月

Jiasian Taro and Bamboo Shoot Festival
甲仙芋筍節
Daliao Bean and Flower Festival
「紅豆文化節暨賞花行」活動
Meinong Sea of Flowers planting period
彩繪大地景觀花卉種植
Liouguei Have Fun
六龜玩go夠


October
10月

Kaohsiung Lion Dance Festival
戲獅甲活動
Kaohsiung Design Festival
高雄設計節
Kaohsiung Film Festival
高雄電影節
Jiasian Siaolin Pingpu Night Offering Ritual
甲仙區小林平埔夜祭活動
Kaohsiung Zuoying Wannian Folklore Festival
高雄左營萬年季
Gangshan Mutton Festival
岡山羊肉文化節活動


November
11月

Ciaotou Shueitoujhuang Community events
橋頭水流庄活動
Duona Black Rice Festival (Tapakarhavae)
多納黑米祭
Milkfish Festival
虱目魚文化節活動
Ciaotou Sea of Flowers


花田喜事
December
12月

Marine Culture Festival
海洋文化節活動
Tsou Shell God Festival (Miatungusu)
鄒族貝神祭
Tsou Shell God Festival (Miatungusu)
鄒族貝神祭
Mullet Festival
烏魚文化節
Lujhu Tomato Culture Festival
路竹番茄文化節
Yanchao Guava and Jujube Festival
燕巢區芭樂蜜棗文化系列活動

อาหาร


1. Including stinky tofu

2. Barbecued squid

3. Red bean pancakes

4. Rice balls (咸湯圓) stuffed with pork

5. Oyster omelette (蚵仔煎)

6. Tofu pudding (豆花)

7. Pig’s Blood Cake

8. Papaya milk drink

ภาษาจีนเบื้องต้นสำหรับท่องเที่ยว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com