ผิงตง (Pingtung County)

782 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข้อมูลท่องเที่ยวไต้หวัน

ผิงตง (Pingtung County)

 ผิงตง (Pingtung County)

มณฑลผิงตง ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไต้หวัน มีลักษณะแคบและยาว ทางทิศเหนือถูกกำหนดเขตแดนด้วยภูเขา, ทิศตะวันออกเป็นมหาสมุทรแปซิฟิก,ทิศตะวันตกเป็นช่องแคบไต้หวันและทิศใต้เป็นช่องแคบ Bashi มณฑลผิงตงมีสภาพอากาศเหมือนเป็นฤดูใบไม้ผลิตลอดปี มีเมือง ผิงตงซิตี้ เป็นเมืองหลวง

เมืองต่างๆในมณฑลผิงตง

Pingtung City (เมืองหลวง) Chaozhou Township  Donggang Township  Hengchun Township
Changzhi Township  Checheng Township  Chunri Township  Fangliao Township
Fangshan Township  Gaoshu Township  Jiadong Township   Jiuru Township
Kanding Township   Laiyi Township  Ligang Township  Linbian Township
Linluo Township  Liuqiu Township  Majia Township  Manzhou Township
Mudan Township  Nanzhou Township  Neipu Township  Sandimen Township
Shizi Township  Taiwu Township  Wandan Township  Wanluan Township
Wutai Township  Xinpi Township  Xinyuan Township  Yanpu Township
Zhutian Township

สถานที่ท่องเที่ยว

หอแสดงผลงานแกะสลัก (Pingtung Paiwan Carving Gallery)

ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1995 เพื่อจัดแสดงประวัติศาสตร์และการพัฒนาการแกะสลักของชาว Paiwan ผ่านตัวหนังสือและรูปภาพ รวมทั้งจากผลงานจริงๆ ประกอบด้วยโซนจัดแสดงนิทรรศการ 5 โซน ได้แก่ โซน “Pictures and Words Exhibition Gallery” แนะนำวิวัฒนาการของการแกะสลัก, โซน “Ecological Exhibition Gallery” แนะนำประเภทและวิธีการทำงานประติมากรรมแกะสลัก, โซน “Large-Scaled Sculpture Exhibition Gallery” จัดแสดงงานประติมากรรมขนาดใหญ่, โซน “Contemporary Sculpture Exhibition Gallery” จัดแสดงผลงานประติมากรรมร่วมสมัยของศิลปินชาว Paiwan และ “Theme Exhibition Gallery” จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ประจำวัน, สิ่งของที่ใช้ในทางศาสนาและอาวุธที่ใช้ในการล่าสัตว์

สะพานประวิติศาสตร์ข้ามแม่น้ำ KaoPing (Historical Iron Bridge across the KaoPing River)

หรือรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า Siadanshui River Iron Bridge ตั้งอยู่ระหว่างสถานีรถไฟ Liukuaicuo และสถานี Jiuqutang ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1913 มีความยาว 1,526 เมตร เป็นสะพานยึดเหล็กที่ยาวที่สุดในไต้หวัน และยาวที่สุดในเอเชียในขณะนั้น

Ahou City Gate

Ahou เป็นชื่อเดิมของมณฑลผิงตง ประตูเมืองถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1836 ด้วยเงินบริจาคของคนในพื้นที่ด้วยความกลัวโจรที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพราะในขณะนั้นเมือง Ahou ไม่ได้อยู่ในอำนาจการปกครองของรัฐบาล ประกอบด้วย 4 ประตู ทางทิศ เหนือ, ใต้, ตะวันออกและตะวันตก เนื่องจากขาดการบำรุงรักษาประกอบกับการสร้างถนนในยุคการอาณานิคมญี่ปุ่น ทำให้กำแพงทั้งหมดถูกรื้อถอนและพังทลายลงไป ปัจจุบัน เหลือเพียงประตูทางด้านทิศตะวันออกเท่านั้น

The Zhung-San Park

ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1915 ในสวนสาธารณะมีต้นไม้อยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีต้นไม้เก่าแก่อยู่ด้วย จนได้ชื่อว่า “The Home of Old Trees” นอกจากนี้ที่สวนสาธารณะยังมี สนามเด็กเล่น, ซุ้มต้นไม้, ถนนต้นปาล์มและอนุสาวรีย์ที่ทำจากหินด้วย

TziFong Temple

ในช่วงรัชสมัยของจักพรรดิ Yongli แห่งราชวงศ์หมิง พระที่นับถือในเจ้าแม่มาจู่จากมณฑลฝู๋เจี้ยน ต่างหลั่งไหลเข้ามาที่มณฑลผิงตง เพื่อสักการะเจ้าแม่มาจู่ ในตอนนั้นเจ้าแม่มาจู่ได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐานชั่วคราวที่กลางเมืองเพื่อให้ประชาชนได้สักการบูชา ต่อมาได้เกิดแสงสีแดงปรากฏขึ้นมาในตอนเที่ยงคืนของทุกๆวัน ชาวบ้านต่างเชื่อว่าเป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่มาจู่จึงได้สร้างวัด TziFong เพื่อเป็นที่ประดิษฐานถาวรของเจ้าแม่มาจู่

Donglong Temple

วัด Donglong เป็นศูนย์กลางความเชื่อความศรัทธาของชาว Donggang ทุกสามปีจะมีการจัดพิธี “Wang Ye Boat Ceremony” หรือเรียกอีกอย่างว่า “Burning of the Plague God Boat in Donggang”

DongGang Fish Market


DongGang Fish Market ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของแม่น้ำเกาปิง (Kaoping River) และหมู่บ้านชาวประมงคาบสมุทร Hengchun เวลาประมาณตีสองถึงตีสามของทุกๆวัน ชาวประมงจะนำเรือกลับเข้าฝั่ง และนำปลาสดๆที่จับได้จากทะเลขึ้นท่า, ชั่งน้ำหนัก, ตีราคาและประมูลราคากัน ก่อนฟ้าสางตลาดจะเต็มไปด้วยบรรยากาศของการค้าขาย อาหารทะเลจาก DongGang เป็นที่รู้จักในเรื่องของความสดและรสชาติอร่อย โดยเฉพาะ ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน,กุ้งซากุระและน้ำมันไข่ปลาถือว่าเป็นของขึ้นชื่อของที่นี่ จนถึงกับมีการขนานนามว่าเป็น สามสมบัติแห่ง DongGang หรือ “Three Treasures of Donggang”
สำหรับผู้ที่มาเมืองนี้ ไม่ควรจะพลาดชิมทั้งสามสมบัติแม้แต่รายการเดียว

Sheding Park

พื้นที่ Sheding Park ทั้งหมดเกิดจากเศษซากปะการังและอินทรียวัตถุอื่นๆทับถมตัวกัน เกิดเป็นหุบเขาปะการัง, หินงอกหินย้อย และทุ่งหญ้าในทุกหนแห่ง นอกจากนี้ยังมีพืชสมุนไพร, ไม้ดอกและพุ่มไม้กระจายอยู่ทั่วสวนสาธารณะ

ในป่า Sheding Park มีต้นไม้และพืชมากกว่า 300 ชนิด ทุกๆฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิ พืชดอกที่มีน้ำหวานสามารถดึงดูดเหล่าผีเสื้อได้มากมายหลายสายพันธุ์ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นได้รอบๆป่าแห่งนี้

พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม HsianGioWan Eco-Protection Area

พื้นที่ทั้งหมดมีลักษณะเป็นหลุมขรุขระและเป็นแนวปะการังขนาดใหญ่ที่ทรุดตัวลง พื้นที่ HsianGioWan Eco-Protection Area ถือได้ว่าเป็นป่าอนุรักษ์ริมชายฝั่งที่สมบูรณ์ที่สุดในไต้หวัน แม้ว่าจะไม่ได้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ก็ตาม

E-Luan-Bi Park

E-Luan มีความหมายว่า เรือ ในภาษาของชาวเผ่า Paiwan เพราะสถานที่แห่งนี้มีหินปะการังที่มีลักษณะเหมือนเรือ ส่วนคำว่า Bi หมายถึงโผล่ออกมาหรือว่าเป็นแหลมนั่นเอง E-Luan-Bi มีทิวทัศน์ที่เป็นธรรมชาติสวยงามและน่าหลงใหล ตั้งอยู่ในส่วนใต้สุดของไต้หวัน บริเวณจุดแบ่งเขตระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและ ช่องแคบ Bashi เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวไต้หวันนิยมมาพักผ่อนหย่อนใจกัน


จุดใต้สุดในไต้หวัน The most south point of Taiwan

นอกจาก E-Luan-Bi Park แล้ว อีกจุดๆหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชมคือ จุดที่อยู่ไต้ที่สุดของไต้หวัน ตั้งอยู่ไม่ห่าง E-Luan-Bi Park ลักษณะเป็นแนวปะการังซึ่งถูกปกคลุมด้วยหิน ถือว่าที่นี่เป็นจุดชมวิวทะเลอีกแห่งหนึ่งที่ยากจะลืมเลือน

หมู่บ้านประมง Shan-Hai fishing village

หมู่บ้านประมง Shan-Hai เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ “Cape No.7” เป็นเรื่องราวของครูหนุ่มชาวญี่ปุ่นตกหลุมรักสาวชาวบ้านในไต้หวัน เข้าฉายในไทยเมื่อปี 2552 หมู่บ้านประมง Shan-Hai เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ และยังดำรงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นในหมู่บ้าน ชมวิถีชีวิตและการจับปลาแบบดั้งเดิม หรือชมบ้านเก่าๆที่สร้างมาจากหินปะการัง ในสมัยอดีตกาลได้

Fire from the Earth

บนคาบสมุทร Peninsula มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ปราศจากต้นหญ้า มีเพียงทรายโคลนปกคลุมพื้นที่ แต่มีสิ่งที่น่าสนใจคือ จะมีเปลวไฟสีส้มปรากฏขึ้นมาจากพื้นดิน เมื่อมีลมพัดเปลวไฟเหล่านั้นก็จะเต้นไปรอบๆ เปลวไฟเหล่านี้เกิดจากแก๊สที่ลอยออกมาจากรอยแตกตามพื้นดิน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาตินี้

Frog Rock

มีลักษณะเป็นหินที่มีรูปร่างเหมือนกบ สูง 60 เมตร หันหน้าเข้าสู่ทะเล คล้ายจะกระโดดลงไปเล่นน้ำทะเล เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพ


ถนนเขิ่นติง KenTing street

หลังพระอาทิตย์ตกดิน ถนนเขิ่นติง ได้กลายเป็นสถานที่ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอันดับหนึ่ง อาหารเป็นสิ่งแรกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาที่นี่ ยามค่ำคืน ถนนเขิ่นติงมีร้านค้าแผงลอยและร้านอาหารมากมายนับไม่ถ้วน เสนอขายอาหารที่หลากหลาย เช่น อาหารพื้นเมืองของชาวไต้หวัน, อาหารไทย, ชาบู ชาบู ของญี่ปุ่นและอาหารอเมริกันมากมาย

อุทยานแห่งชาติเขิ่นติง (Kenting National Park)

อุทยานแห่งชาติเขิ่นติงตั้งอยู่บนแหลมที่ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรทั้งสามด้าน และเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งเดียวในไต้หวันที่มีพื้นที่เป็นแผ่นดินและทะเล เขิ่นติงยังเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งเดียวบนเกาะไต้หวันที่มีอากาศเหมือนฤดูร้อนตลอดทั้งปี มีทัศนียภาพที่สวยงาม มีระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ มีการอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมพื้นบ้านที่งดงาม นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวสามารถชมการอพยพของนกหลากชนิด, ป่าชายเลน, แนวปะการัง และชายหาดเขตร้อน ซึ่งเหมาะกับกีฬาทางน้ำทุกประเภทได้

เขิ่นติงเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นสถานที่ชุมนุมสำหรับนักเล่นกระดานโต้คลื่นของไต้หวัน ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเล่นกระดานโต้คลื่น ถือได้ว่าเขิ่นติงเป็นที่ที่มีคลื่นที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน

เขิ่นติงมีสภาพอากาศแบบร้อน มีชื่อเสียงในเรื่องของแสงแดด เป็นฤดูร้อนตลอดทั้งปี สำหรับชาวไต้หวัน ว่ากันว่า ครั้งหนึ่งของชีวิต ต้องมาที่เขิ่นติงให้ได้


จุดที่น่าสนใจในอุทยานแห่งชาติเขิ่นติง
- Houbihu (後壁湖)

 

 Houbihu ไม่ได้มีเพียงแค่พื้นที่แนวปะการังเท่านั้นแต่ยังรวมถึงทะเลสาบน้ำเค็มด้วย มีท่าเรือหาปลาและท่าเรือยอร์ชรอบทะเลสาบ ถือได้ว่าท่าเรือ Houbihu เป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในเมือง Hengchun

นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือยอร์ช ออกไปเพื่อชมความสวยงามของทะเลและชมปลาบิน (flying fish) นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถ ดำน้ำชมปะการัง, ขับเจ็ทสกี, และเล่นร่มลากและพาราเซลได้ และสุดท้ายกับกิจกรรมยอดฮิต คือ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือดำน้ำเพื่อชมความสวยงามของท้องทะเลได้ด้วย

- Longpan Park (龍磐公園)

อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง ลักษณะภูมิประเทศเป็นหินปูนสูง มีโพรงถ้ำและหน้าผาเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาที่นี่ Longpan ถูกล้อมรอบไปด้วยมหาสมุทรแปซิฟิกสีฟ้าที่ประสานเป็นแผ่นเดียวกับท้องฟ้า บริเวณโดยรอบไม่มีมลพิษทางแสง ไม่มีแม้กระทั่งฤดูกาล มีเฉพาะแสงอาทิตย์ แสงจันทร์และแสงดาวเท่านั้น

- White Sand Beach (白沙灣) 


 White Sand Beach เป็นอีกจุดท่องเที่ยวยอดนิยมใน อุทยานแห่งชาติเขิ่นติง มีลักษณะเป็นอ่าว หาดทรายเกิดจากการย่อยสลายของเปลือกหอยและสิ่งมีชีวิตทางทะเล เป็นหาดทรายที่ขาวสะอาดและนุ่ม นักท่องเที่ยวสามารถมาว่ายน้ำ, ดำน้ำ, แล่นเรือใบ, ตั้งแคมป์, ปิ้งบาร์บิคิว, ปั่นจักรยาน, ชมพระอาทิตย์ตกลงสู่ท้องมหาสมุทร และดูดวงดาวอันสวยงามได้

น้ำพุร้อน Hsi Chung River Spring

ตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Wen Chuien หรือ ที่รู้จักกันว่า หมู่บ้าน Hotpring ของเมือง Checheng น้ำพุร้อน Hsichung เป็นหนึ่งใน 4 ของน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดในไต้หวัน อันประกอบด้วย น้ำพุร้อน Beitou, น้ำพุร้อน Yangmingshan, น้ำพุร้อน Kuantsuling และน้ำพุร้อน Hsichung

น้ำพุร้อน Hsichung มีส่วนผสมของกรดคาบอนิก มีอุณหภูมิคงที่ประมาณ 50-60 องศาเซลเซียส เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยม สำหรับอาบน้ำแร่ในช่วงฤดูร้อน น้ำพุร้อนนี้มีต้นกำเนิดมาจากภูเขา Central Mountain ซึ่งถือได้ว่า เป็นน้ำแร่ที่มีคุณภาพอันดับต้นๆของไต้หวัน

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และ ชีววิทยาทางทะเลแห่งชาติ (National Museum of Marine Biology and Aquarium)

 FangLiao F3 Artist Village

หมู่บ้านศิลปิน F3 ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกโดยกลุ่มของคนงานใน Fangliao และผู้ที่มีใจรักงานศิลปะ ถึงจะประกอบอาชีพที่แตกต่างกัน แต่ก็มีความฝันเดียวกัน คือ ฝันที่จะพัฒนาบ้านตัวเองให้เป็นหมู่บ้านศิลปะ ภายในหมู่บ้านมีการจัดแสดงสิ่งของมากมาย เช่น รถไฟที่ทำด้วยไม้, โมเสกเซรามิก และกล่องจดหมายรูปสัตว์ เป็นต้น

 Bao-An Goag Temple

 ตามตำนานการสร้างวัด ว่ากันว่า ในสมัยราชวงศ์หมิง หมู่บ้าน Bei-Shi-Liao เป็นที่ดินร้างว่างเปล่า มีชาวบ้านแค่ไม่กี่คนอาศัยอยู่ ดำรงชีพด้วยการตัดไม้, ทำประมงและทำการเกษตรบ้าง มีการขนส่งไม้ที่ตัดได้ไปหมู่บ้านอื่นโดยเรือ คืนหนึ่งมีชายคนหนึ่ง ออกหาปลาในทะเล และเกิดเห็นแสงสว่างจ้าอยู่ริมชายฝั่ง ด้วยความอยากรู้ เขาก็รีบแล่นเรือกลับมาเทียบท่า และเดินไปดูที่มาของแสงนั้น ปรากฏว่ามีห่อของเขียนว่า “Boa-Sheng-Da-Di” (เทพเจ้าผู้คุ้มครองมนุษย์) เขาได้นำกลับบ้านและตั้งศาลขึ้นมา ต่อจากนั้นก็เกิดเหตุอัศจรรย์มากมาย จนชาวบ้านต่างศรัทธาถวายเงินบริจาค และสร้างวัดขึ้นมา

DaLuKuan Land

 DaLuKuan Land มีพื้นที่ 53.6 เอเคอร์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง รวมทั้งมีแม่น้ำDaKuan, สวนน้ำ, Cactus World, สวนดอกไม้, เรือโจรสลัดและปราสาททราย หอสังเกตการณ์และโรงละคร Dawushan นอกจากนี้ยังมีศาลาพักผ่อนสไตล์บาหลีแห่งแรกของไต้หวันอีกด้วย

Ziing-San Tourism & Leisure Farm

 Ziing-San Tourism & Leisure Farm ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา ใกล้กับน้ำตก Da-Ziing เป็นฟาร์มเพื่อการท่องเที่ยวแห่งแรกของไต้หวัน เป็นสถานที่ปลูกลิ้นจี่และจำปีอะมะวาสีที่สำคัญของประเทศ พื้นที่ทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วน เช่น ฟาร์มเพื่อการท่องเที่ยว, ฟาร์มไม้ดอกไม้ประดับ, ฟาร์มเพื่อการพักผ่อน, พื้นที่สำหรับตั้งแคมป์, โซนที่พัก, โซนสันทนาการ, บ่อเลี้ยงปลา, ร้านอาหาร และสถานที่ประชุมเป็นต้น ถือได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับวันพักผ่อนของทุกๆคน

Three Mountains King Temple

 

วัด Three Mountains King Temple ถูกสร้างขั้นในปี ค.ศ. 1651 ในสมัยในราชวงศ์หมิง มีอายุกว่า 300 ปี เป็นวัดที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมแบบชาว Hakka ดั้งเดิมไว้ไม่ผิดเพี้ยน ไม่มีการปรับปรุงเพิ่มเติมหรือขยายวัด ถือว่าเป็นวัดโบราณที่หาชมได้ยากยิ่ง สำหรับคำว่า “Three Mountains” หรือ “สามภูเขา” นั้นหมายถึง ภูเขาสามลูกที่รู้จักกันดีในจีนแผ่นดินใหญ่ อันได้แก่ เขา Dushan, เขา Mingshan และเขา Jingshan ซึ่งเชื่อกันว่าทั้งสามเขาเป็นที่อยู่ของเหล่าทวยเทพจึงทำให้เกิดชื่อ “Three Kings Mountain” ขึ้นมา

 The Si-Le-Fa-Fa Forest Park

สวนป่า Si-Le-Fa-Fa เดิมเป็นพื้นที่ป่ารกร้าง ต่อมา คนในชุมชนได้ร่วมกันพัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชาว Pai-Uan โดยตั้งชื่อว่า Si-Le-Fa-Fa เพื่อหวังว่าทุกคนจะร่วมมือกัน เพื่อให้ผลงานสำเร็จในที่สุ

The Siyun-Zhi-Yuan Sweet Grass Leisure Farm

 Siyun-Zhi-Yuan farm ปลูกหญ้าหวานเป็นหลัก มีต้นไม้, ดอกไม้, ก้อนหินและแม่น้ำไหลผ่านด้วย ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนหย่อนใจ ในอาคารจะมีร้านอาหารและโซนแสดงนิทรรศการ มีอาหารหลากหลายให้เลือกทั้ง ของว่าง, อาหารและเครื่องดื่มที่ทำจากหญ้าหวาน ที่โซนแสดงนิทรรศการ จะมีน้ำมันพืชและสบู่ทำเองไว้จำหน่าย นอกจากนี้ยังมีชั้นเรียน สอนการทำเครื่องประดับ, ทำยากันยุงและสอนวิธีการปลูกหญ้าหวาน เป็นต้น

Vase Rock

 แนวปะการังนี้เกิดจากแรงดันของเปลือกโลก แล้วถูกน้ำทะเลกัดกร่อนจนกลายเป็นรูปแจกัน ซึ่งด้านบนของหินนี้มีหญ้าขึ้นอยู่เหมือนเป็นดอกไม้ตกแต่งแจกัน หินแจกันนี้เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพ

จุดชมวิว Ge-Ban Bay Scenic Area

จุดชมวิวอ่าว Ge-Ban ตั้งอยู่ระหว่างคลอง Boar และช่อง U-Gei แนวชายฝั่งยาวประมาณ 100 เมตร เป็นชายหาดที่เกิดจากซากหอยที่ใหญ่ที่สุดในเมือง Little Liuqiu อ่าว Ge-Ban มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “Venezia Beach” มีหาดทรายที่ขาวสะอาด, น้ำทะเลสีฟ้าใสและมีรีสอร์ทที่สวยงามไว้บริการมากมาย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางน้ำให้ได้สนุกสนานมากมาย และที่สำคัญนักท่องเที่ยวสามารถชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามได้ที่นี่

ประภาคารขาว (White Lighthouse)

 ประภาคารขาว สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1929 ในช่วงอาณานิคมญี่ปุ่น ตั้งอยู่บนภูเขา Jianshan ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง Liuqiu ถูกสร้างขึ้นด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก รูปทรงกระบอก ผนังด้านนอกประภาคารทาสีขาว ความสูงรวม 88 เมตร จากระดับน้ำทะเลขึ้นไปถึงยอดประภาคาร

Beauty Cave Scenic Spot

“ถ้ำโฉมงาม” จริงหรือที่มีโฉมงามเคยอาศัยอยู่ที่ถ้ำแห่งนี้? เรื่องราวของโฉมงามนี้ไม่มีหลักฐานแน่ชัด มีแต่เรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า มีหญิงงามนางหนึ่งได้ลอยคอมาที่ถ้ำแห่งนี้ เพราะเกิดเหตุเรืออัปปาง และโฉมงามก็ได้ใช้ชีวิตตามลำพังในถ้ำนี้ จนสิ้นลมหายใจ ปัจจุบัน “ถ้ำโฉมงาม” ได้เป็นจุดชมวิวอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเพื่อ ชื่นชมบรรยากาศอันงดงามและน้ำทะเลสีฟ้าใส

สวนวัฒนธรรมพื้นเมืองไต้หวัน (Taiwan Aboriginal Cultural Park)

 

สวนวัฒนธรรมพื้นเมืองไต้หวัน มีพื้นที่กว่า 82.65 เอเคอร์ อยู่ใจกลางแมกไม้และภูเขา แต่ละส่วนจะจัดแสดงโบราณวัตถุ, สถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมและการเต้นรำและร้องเพลงจาก 9 ชนเผ่าพื้นเมืองจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน

ManJhou Port drawbridge

 

 สะพานท่าเรือ ManJhou เป็นสะพานที่มีความสำคัญกับชาวบ้านฝั่งแม่น้ำอย่างมาก เพราะหากไม่มีสะพาน จะทำให้การติดต่อสื่อสารกันระหว่างฟากแม่น้ำเป็นไปได้ยาก สะพานนี้เป็นสะพานเดินที่ยาวที่สุดในเมือง Manjou มีสีแดงและขาวที่ช่วยขลับให้ต้นไม้ตรงหัวสะพานดูเขียวชอุ่ม นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวอันสวยงามของทะเลได้จากบนสะพานนี้

Jialeshuei Scenic Area

จุดชมวิว Jialeshuei ถูกตั้งชื่อโดยอดีตประธานาธิบดีเจียงชิง เพื่อต้องการให้ความสงบสุขและสามัคคีเกิดขึ้นในพื้นที่ ด้านหน้าเป็นมหาสมุทรแลด้านหลังเป็นภูเขา มีลักษณะเป็นหินทราย กับแนวปะการังสลับกันไป

DongYuan Forest Recreation Area

 

เป็นหุบเขาอันเงียบสงบ ล้อมรอบด้วยป่าสีเขียว เส้นทางในป่า Dongyuan เป็นเหมือนไกด์นำทางไปสู่จุดชมวิวที่มีคุณค่าน่าจุดจำ ทุกจุดในป่า มีฟาร์มดอกมหาหงส์ ที่สดใหม่ ป่าไม้มะฮอกกานีที่สวยงาม และบ้านหินดั้งเดิมที่จะทำให้ทุกคนลืมกลับบ้านตัวเองทีเดียว

HsuHai prairie 

ทุ่งหญ้า HsuHai หรือเป็นที่รู้จักในทุ่งหญ้า Zhong-Zheng ตั้งอยู่บริเวณเนินเขา MuDanBi Hill ทางตอนเหนือของอ่าว HsuHai Creek มีพื้นที่ประมาณ 80 เฮกเตอร์ มีพื้นที่เป็นธรรมชาติแบบดั้งเดิม มีสามเส้นทางหลัก คือเส้นทางบริเวณทุ่งหญ้าเทรล, เนินเขา MuDanBi และเส้นทางนิเวศวิทยา ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมกับธรรมชาติที่สวยงามอย่างแท้จริง

 NanJhou Suger Mill

NanJhou Suger Mill เป็นชื่อใหม่ของโรงน้ำตาล Donggang Sugar Mill ซึ่งเป็นโรงงานน้ำตาลที่อยู่ใต้ที่สุดในไต้หวัน สร้างขึ้นในยุคอุตสาหกรรมน้ำตาลเฟื่องฟู แต่หลังจากอุตสาหกรรมน้ำตาลถดถอย โรงงานก็เลยกลายเป็นโรงงานน้ำตาลเพื่อการท่องเที่ยวจนถึงปัจจุบัน

The Tian-Hou Gong at Neipu 

 เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเจ้าแม่มาจู่ วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้านเท่านั้น แต่เคยเป็นที่ประชุมรวมกองทัพอาสาของเมืองอีกด้วย ที่วัดนี้ยังคงมีโล่โบราณ,แผ่นศิลาจารึกและอนุสาวรีย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างมาก ปัจจุบันวัดนี้ได้ถูกระบุให้เป็นวัดประวัติศาสตร์ ระดับชาติด้วย

The Old Feng-Tian Street at Neipu

 ถนนโบราณ Feng-Tian ปัจจุบันคือถนน Sin-Zhong ครั้งหนึ่งถนนนี้เคยเป็นถนนหลักที่ใช้สัญจรในหมู่บ้าน Feng-Tian เดิมเริ่มมีคนย้ายเข้ามาอาศัยในหมู่บ้านนี้ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 18 และกลายเป็นชุมชนแออัดในเวลาต่อมา จริงๆแล้วถนนนี้เป็นถนนเส้นยาว แต่ถนน Feng-Tian เป็นช่วงหนึ่งของถนนเส้นนี้ ปัจจุบัน 79% ของบ้านโบราณทั้งหมดยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์อยู่ นอกจากมีบ้านโบราณแล้วยังมีวัดเก่าๆและร้านค้าที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยที่เป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น ตามถนนนักท่องเที่ยวจะได้เห็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่หลากหลายแบบ เช่น การใช้อิฐแดงไต้หวัน,สถาปัตยกรรมสร้างสไตล์บารอคและสถาปัตยกรรมสมัยที่ตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น

Sai-Zia Aviation Zone

 สำหรับสถานที่นี้ มีลักษณะเป็นที่ราบกว้างใหญ่บนยอดเขาสูง มีลมพัดเสถียร และยังอยู่ใกล้ที่ราบผิงตง จึงทำให้สถานที่นี้เหมาะกับการเล่นกีฬาท้าทาย เช่นเครื่องร่อน (gliding) หรือ ร่มร่อน (paragliding) สถานที่แห่งนี้เคยถูกพัฒนาให้เป็นเขตการบินแห่งแรกของมณฑลผิงตง Sai-Zia Aviation Zone ถูกแบ่งออกเป็น สาม โซน ได้แก่ โซน Take off, โซนลงจอด และส่วนการฝึกเครื่องร่อนและร่มร่อน นักท่องเที่ยวที่รักการท้าทาย Sai-Zia จะเป็นอีกแห่งหนึ่งที่คุณจะได้สัมผัสกับความท้าทายที่มาพร้อมกับทิวทัศน์มุมสูงที่สวยงาม

DaGin Fall

น้ำตก DaGin เป็นที่รู้จักในหลายชื่อ เช่น WeiLiao Fall, A-Wu Fall หรือ HsinFeng Fall ประกอบด้วยห้าชั้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางผ่านป่าเพื่อเข้าไปถึงน้ำตกชั้นที่หนึ่งและสองได้อย่างง่ายดาย แต่หากนักท่องเที่ยวมีอุปกรณ์ปีนเขาครบ ก็สามารถปีนขึ้นไปได้ แต่ไม่เป็นที่แนะนำ เพราะเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างไกล ประกอบกับสภาพทางไม่ค่อยดี น้ำที่ไหลแรงอาจจะทำให้พลัดตก น้ำตก ลงไปได้, หินที่ลื่น และมีการพบเห็นงูและสัตว์มีพิษเป็นจำนวนมาก สำหรับบริเวณบ่อน้ำที่น้ำตกไหลลงมานั้น เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนกัน เพราะจะได้สัมผัสกับเสียงกระซิบจากน้ำตก, ต้นไม้เขียวชอุ่ม, บรรยากาศที่เงียบสงบและอากาศที่บริสุทธิ์

The Relics Museum at Shizi Township

 ตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Feng-Lin Village ผนังและหลังคาของพิพิธภัณฑ์จำลองมาจากบ้านหินชนวน บนผนังจะมีเสาโทเทมแกะสลักเป็นรูปงู, รูปผู้นำ และ รูปข้าวของเครื่องใช้ การออกแบบสถาปัตยกรรมและการแกะสลักเป็นงานของนาย Isiiang Li, นาย Unde Ciie, และ นาย ChZhou Iu ซึ่งเป็นประธานสภาของเมือง Shizi, ศิลปินจากเมือง Mudan และประติมากรจากเมือง Majia ตามลำดับ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของชาว Pai-Uan ถือได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของเมือง Shizi ชาวเผ่า Pai-Uan มีการแบ่งระดับชนชั้นทางสังคม เฉพาะขุนนางเท่านั้นที่สามารถตกแต่งเสาและคานด้วย งานแกะสลักและรูปปั้นได้ ลวดลายที่นิยมมากที่สุดคือบรรดาสัญลักษณ์ของงู, คน และ กวางเป็นต้น

WanChin Catholic Church

ตั้งแต่โบสถ์ก่อสร้างขึ้นมา ก็ถูกไฟไหม้และแผ่นดินไหว ทำให้ผนังโบสถ์ทรุดตัว จนในปี ค.ศ. 1869 หลวงพ่อ Liang Fang-Ji ได้นำเงินของท่าน ซื้อป่าด้านหนึ่งและสร้างโบสถ์ดังที่เป็นอยู่เช่นวันนี้

WuKou Village Liou Family Ancestral Hall

 

 ศาลาบรรพบุรุษครอบครัว Liou มีพื้นที่ ประมาณ 2.5 เอเคอร์ ภายในมุมกำแพงทุกมุมมีการเขียนภาษิตที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติไว้ เพื่อเป็นการเพาะปลูกคุณธรรมให้เกิดขึ้นกับคนในครอบครัว Liou ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต ให้พบแต่ความเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป

I-La Tribe Place And The Series of Waterfalls

The I-La Tribe Place เป็นสถานที่แห่งแรกทุกคนจะได้เห็นถึงวัฒนธรรมของชาวพื้นเมือง เมื่อเข้ามาที่เมือง
Wutai Township
The Series of Waterfalls มีจุดชมวิวที่สวยงามมากมาย เช่น Wutai Fall, Ali Fall และ Flying Dragon Fall
ซึ่งแต่ละน้ำตกต่างมีความงามที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง สำหรับผู้คนที่มาเที่ยวชมสถานที่แห่งนี้ ต่างบอกว่าไม่อยากจะออกจากที่นี่ไปไหนเลย

Jian-gong Water Park

 สวนน้ำ Jian-gong ตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Jiangong มีพื้นที่ประมาณ 24 เอเคอร์ ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกทิ้งร้างไว้ สวนน้ำ Jian-gong กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อประชากรท้องถิ่นร่วมมือกันสร้างสวนน้ำแห่งนี้ขึ้นมา

สวนน้ำ Jian-gong แบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายๆส่วน เช่น ป่าต้นมะพร้าว, ป่ามะฮอกกานีและทะเลสาบเทียม เป็นต้น เป็นสถานที่ที่ดีอีกแห่งหนึ่งที่ทุกคนจะได้ทำกิจกรรมเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจและการเดินเล่น

Hakka Museum

พิพิธภัณฑ์ถูกออกแบบมาให้เป็นสถาปัตยกรรมแบบชาวจีนแคะ (Hakka) ภายในพิพิธภัณฑ์ได้ถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนจัดแสดงเรื่องราวต่างๆ ของชาวจีนแคะ เช่น การปลูกพืชในช่วงแรก, การทำฟาร์ม, พื้นที่แสดงวิถีชีวิตของชาวจีนแคะ และพื้นที่แสดงถึงวัฒนธรรมของชาวจีนแคะเป็นต้น

Zhongyi Temple of Liouduei

ในช่วงเวลาของการก่อจลาจล ปี ค.ศ. 1721 บรรพบุรุษของชาว Liudui ได้ก่อตั้งกองกำลังขึ้นมา เรียกว่า “Liudui Righteous People” หรือ “กองกำลังคุณธรรม Liudui” เพื่อปกป้องครอบครัวและคนในชุมชน ในสมรภูมิรบที่ Xiadanshui กองกำลังคุณธรรมธรรม Liudui ได้บดขยี้กองทัพของผู้ที่มาข่มเหงแตกพ่ายไป หลังจากสิ้นสุดช่วงการก่อการจลาจล กษัตริย์แห่งราชวงศ์ชิงก็ได้สร้างศาลา “Zhongyi Pavillion” ขึ้นมาเพื่อเป็นการเชิดชูเหล่ากองกำลังคุณธรรม สำหรับการต่อสู้ที่กล้าหาญของพวกเขา

ในช่วงที่ตกอยู่ใต้อาณานิคมของญี่ปุ่น ช่วงแรกนั้นไม่ได้มีการห้ามชาว Liudui ในสิทธิ์ของตนเอง ญี่ปุ่นยังคงปล่อยให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตตามปกติ สามารถทำอะไรหรือประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อได้ เพื่อที่จะชนะใจชาว Liudui ถึงขนาดส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อมาร่วมพิธีกรรมต่างๆของชาวบ้าน เพื่อให้ได้การจงรักภักดีเป็นสิ่งตอบแทน แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ชาว Liudui หยุดต่อต้านกองทัพญี่ปุ่น กองทัพญี่ปุ่นจึงได้ออกมาตรการข่มเหงชาวบ้านต่างๆนาๆ รวมทั้งให้ปิด“Zhongyi Pavillion” และห้ามประกอบพิธีกรรมใดๆอีก อันเป็นเหตุให้ศาลานี้ถูกทอดทิ้งไร้คนดูแลรักษา

เทศกาล
Spring Scream(春吶)
Spring Scream เป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียง และเป็นเทศกาลดนตรีริมชายหาดที่ยิ่งใหญ่ จัดขึ้นบริเวณชายหาดเขิ่นติง ช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี นักร้องเดี่ยว, วงดนตรีและนักเต้นที่มีชื่อเสียงทั้งในไต้หวันและต่างประเทศ ต่างผลัดกันขึ้นแสดงบนเวที เทศกาลนี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะหนุ่มๆสาวๆได้จำนวนมาก

 เทศกาลทูน่าครีบน้ำเงิน (Pingtung Blue-Fin Tuna Culture Tourism Festival)

 ช่วงต้นฤดูร้อนของทุกปี เป็นฤดูการย้ายถิ่นฐานและผสมพันธุ์ของปลาทูน่าครีบน้ำเงิน และเป็นช่วงเวลาที่ปลาทูน่าครีบน้ำเงินมีไขมันหน้าท้องมากที่สุด ซึ่งสามารถนำไปทำซาซิมิ ที่มีรสชาติดีเยี่ยมได้

เทศกาลทูน่าครีบน้ำเงินเมือง Donggang เดิมถูกจัดขึ้นเพื่อการประมูลปลาทูน่าครีบน้ำเงินเป็นหลัก จนกระทั่งเทศกาลทูน่าปี ค.ศ. 2011 ได้มีการจัดให้เป็นเทศกาลเพื่อการท่องเที่ยวขึ้น โดยได้นำวัฒนธรรมพื้นบ้านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลด้วย นักท่องเที่ยวจะได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับอาหารท้องถิ่น, การแสดงบนถนน และเป็นสักขีพยาน ในรสชาติความอร่อยของปลาทูน่าครีบน้ำเงินและอาหารพื้นบ้านต่างๆมากมาย รวมทั้งความงามของ ทัศนียภาพยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงไฟบนถนนสายวัฒนธรรมแห่งนี้อีกด้วย

Burning of the Plague God Boat in Donggang 

การเผาเรือเทพเจ้าแห่งโรคระบาด เป็นประเพณีพื้นบ้าน ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาโดยชาวประมงแถบตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวัน จุดมุ่งหมายดั้งเดิมของพิธีกรรมนี้คือ เพื่อส่งเรือของเทพเจ้าแห่งโรคระบาดนี้ออกสู่ทะเลโดยนำความเจ็บป่วยและโรคระบาดต่างๆออกไปกับเขาด้วย ปัจจุบัน เทศกาลนี้กลายเป็นเทศกาลเพื่อการขอพรให้เกิดความสงบสุขและความโชคดีเกิดขึ้น

เทศกาลนี้จัดขึ้นที่เมือง Donggang จะมีการจัดขึ้นทุกๆสามปี หรือ ประมาณเดือนที่เก้าของปฏิทินจันทรคติของจีน เทศกาลนี้จะจัดทั้งสิ้นแปดวัน เจ็ดคืน

ตามประเพณี เหล่าสาวกจะนำเรือที่ทำขึ้นไปวางไว้บนกองเชื้อเพลิง และผู้เข้าร่วมงานอื่นๆจะนำข้าวของซึ่งอุปมาอุปไมยเป็นข้าวของเครื่องใช้ต่างๆในการเดินทางใส่ไว้บนเรือ ต่อมาก็บังคับให้วิญญาณชั่วร้ายและเทพเจ้าแห่งโรคระบาดลงไปอยู่ในเรือและจุดไฟเผาเรือในวันสุดท้ายของเทศกาล และมีการอธิษฐานเพื่อให้ความสุขสงบเกิดขึ้น

Hengchun pole climbing 

เทศกาลปีนเสา เป็นเทศกาลพื้นบ้านที่มีประวัติยาวนานหลายร้อยปี ย้อนกลับไปเมื่อ เมือง Hengchun เป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในไต้หวัน บรรดาคนรวย ต้องการคนเข้าทำงาน จึงได้จัดให้มีการแข่งขันต่อสู้กัน ในแต่ละปีเกิดการต่อสู้และการบาดเจ็บเกิดขึ้นมากมาย จนในปีที่ 5 ของรัชสมัยของจักรพรรดิ Guangxu (ค.ศ. 1880) มีคนๆหนึ่งมีไอเดียใหม่ เขาได้ทำการตั้งเสาขึ้นมา เพื่อให้คนจนได้แข่งกันปีนขึ้นไปถึงยอดเสาเร็วที่สุด แทนที่จะต้องต่อสู้กันเหมือนเดิม

เทศกาลปีนเสาจัดขึ้นทุกๆปี บริเวณจัตุรัตหน้าวัด Fude Temple การแข่งขันปีนเสามักจะเริ่มเวลา 20.00 น. ในการแข่งขันจะมีการแข่งพร้อมกัน 4 ทีมๆละ 12-15 คน แข่งกันปีนขึ้นไปบนเสาน้ำมันซึ่งมีความสูงประมาณ 12 เมตร เพื่อชิงธงที่อยู่บนยอดเสา เป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่สร้างความตื่นเต้นเล้าใจให้กับผู้ชม แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาชมเทศกาลนี้เป็นจำนวนมาก

การเดินทาง

- นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟ TRA จากสถานีไหนก็ได้ที่มามณฑลผิงตง

- หากนักท่องเที่ยวมีเวลาไม่มาก สามารถเดินทางมามณฑลผิงตงโดยนั่งรถไฟ HSR จากไทเป มาที่สถานี Zuoying และต่อรถไฟ TRA จากที่นี่

- นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเครื่องบินจากท่าอากาศยานนานาชาติเกาสง (Kaohsiung International Airport) มาลงที่ท่าอากาศยาน Taiwan SanShan aiport ซึ่งมีอาทิตย์ละ 3 เที่ยวบิน ในวัน ศุกร์-อาทิตย์ (เนื่องจากการเดินทางโดยรถไฟ HSR เป็นที่นิยมมากกว่า)

- นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถโดยสารระยะไกลจากไทเป หรือ ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน โดยใช้เวลาแค่ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งราคาจะถูกกว่าการนั่งรถไฟ HSR

- รถแท็กซี่มีบริการที่สถานีรถไฟผิงตง

- แม้ว่ามีบริการรถโดยสารสาธารณะแต่ผู้คนส่วนใหญ่นิยมเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว, สกู๊ตเตอร์ และ รถจักรยาน

แนะนำสถานที่รับประทานอาหาร

มณฑลผิงตงมีร้านอาหารมากมายให้เลือกรับประทาน ตั้งแต่ร้านอาหารสุดหรู, ร้านขายน้ำปั่นและกาแฟ จนถึงร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางและตลาดกลางคืน รวมทั้งมีสาขาร้านอาหารจากตะวันตก เช่น McDonalds, KFC and Domino’s pizza ให้บริการด้วย

มณฑลผิงตง มีอาหารพื้นเมืองมากมาย เมือง Linbian Township ขึ้นชื่อในเรื่องของชมพู่ (wax apple) ที่หวานฉ่ำ, เมือง Wanluan ขึ้นชื่อเรื่องเท้าหมูที่นุ่มอร่อย, เมือง Donggang ขึ้นชื่อในเรื่องปลาทูน่าครีบน้ำเงินที่ละลายในปาก, กาแฟเมืองDewen, หอมใหญ่เมืองChechengและเมือง Hengchun, และยังมีขนมหวานที่น่าลองมากมายที่เมือง Gaoshu 

 


 

Powered by MakeWebEasy.com