มณฑลฮัวเหลียน ( Hualien City)

350 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข้อมูลท่องเที่ยวไต้หวัน

มณฑลฮัวเหลียน ( Hualien City)

 วเหลียนมณฑลมีประชากร 340,000 คน แบ่งออกเป็น 1 เมืองและ 12 เขต ประกอบไปด้วยหลายชนเผ่า ได้แก่ ชนเผ่า Ami , ชนเผ่า Atayal ,ชนเผ่า Bunun , ชนเผ่า Truku , ชนเผ่า Sakizaya และชนเผ่า Kavalan มีชนพื้นเมืองหนึ่งในสี่ของประชากรทั้งหมด (ประมาณ 90,000 คน )และ ชนเผ่าแคะอีกประมาณ 30% ของคนที่อาศัยอยู่ทั้งหมด

สภาพภูมิอากาศ

มีอากาศอบอุ่น นอกจากนี้ยังเป็นอยู่ไม่ไกลจาก มรสุมมากนัก ฤดูร้อนอุณหภูมิเฉลี่ย 25-32 ° C ฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลี่ย 15-21 ° C เฉลี่ยรายปีอุณหภูมิ : 24 ° C มีฝนตกเฉลี่ยประมาณ 2,000 mm ช่วงที่เกิดพายุไต้ฝุ่นบ่อยครั้ง คือช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายนแต่ในบางครั้งก็จะเกิดในช่วงเดือนพฤษภาคมและตุลาคม
เมืองฮวาเหลียนหรือฮัวเหลียน เป็นเมืองใหญ่อันดับแรกขอภาคตะวันออกของไต้หวัน เป็นเมืองที่ยังรักษาประเพณีที่ซื่อสัตย์ดั้งเดิม ฮาเหลียน หรือ ชื่อเดิมเรียกว่า โตลอหมั่น ในสมัยของราชวงศ์หมิงระหว่างปี 1488-1506 ชาวโปตุเกตุนั้นได้ทำการเดินเรือผ่านช่องแคบทะเลไต้หวัน แล้วพบเม็ดทองที่ปนอยู่ในทราย จึงเอาชื่อแม่น้ำลำธารที่ผลิตทองในประเทศโปรตุเกตุมาใช้เรียกว่า “ฮวาเหลียน” ก่อนที่ชาวฮั่นจะอพยพมาอยู่เกาะไต้หวัน ฮวาเหลียนเป็นพื้นที่มีความหลากหลายในลักษณะภูมิประเทศ ทั้งที่เป็นภูมิประเทศแบบภูเขาสูง หุบเขาซับซ้อน หน้าผา ทะเล และ ปากแม่น้ำ น้ำตก ฟาร์ม น้ำพุร้อน และวัฒนธรรมของชนเผ่าดั้งเดิม นอกจากนี้ยังเป็น ที่ตั้งของจุดชมปลาวาฬ ปลาโลมา บริเวณนอกฝั่งฮวาเหลียนที่มีชื่อเสียงที่สุดอีกด้วย


สถานที่ท่องเที่ยว

ชิชิงถัน หรือ ทะเลสาบเจ็ดดาว

ชิชิงถัน หรือบริเวณทะเลสาบเจ็ดดาว อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองนี้เป็นที่ตั้งของอ่าวโค้งตัดกับน้ำทะเลสีเขียวฟ้าของมหาสมุทรแปซิฟิก และทัศนียภาพของหน้าผาชิงสุ่ย

หน้าผาชิงสุ่ย

หน้าผาชิงสุ่ย มึคความยาวหลายไมล์และสูงหลายพันฟุตอันน่าเกรงขาม เส้นทางสำหรับขี่จักรยานง่ายๆที่นี่ เป็นทางเชื่อมในเมืองกับเขตรอบๆ และกำลังขยายออกไปมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นที่น่าสนใจ เช่น สวนหิน แกะสลัก ลานชมดาว ตึกซันไรท์และสวนพฤกษศาสตร์ ริมทะเล

อุทยานแห่งชาติโทโรโกะ

อุทยานแห่งชาติ ทาโรโกะ ตั้งอยู่ในบริเวณรอยต่อของเมืองฮวาเหลียน เมืองไถจง และเมืองหนานโถว ในตอนกลางฝั่งตะวันออกของเกาะไต้หวัน มีเนื้อที่รวม 9.3 หมื่นเฮคตาร์ เป็นอุทยานที่ใหญ่เป็นอันดับสองของไต้หวัน

ไต้หวันมีวนอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง มีแห่งหนึ่งที่งดงามไม่แตกต่างกับแกรนด์แคนยอนของประเทศอเมริกา หรือที่ชาวไต้หวันเปรียบว่าเป็นสวรรค์บนดินนั่นเอง สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า “ไถ้-หลู่-เก้อ” แต่ถ้าออกเสียงเป็นชาวพื้นเมืองอะบอริจิ้นของเกาะไต้หวันแล้ว จะมีชื่อว่า “ทา-โร-โกะ” (Taroko) ซึ่งถ้าเป็นคนไต้หวันแล้ว ไม่มีใครไม่รู้จักสถานที่แห่งนี้ เพราะทุกคนต่างหวังว่าจะมาเหยียบสวรรค์บนดินอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิตทา-โร-โกะ เป็นหนึ่งใน 6 วนอุทยานแห่งชาติของประเทศไต้หวัน และชื่อของอุทยานแห่งนี้มีชื่อมาจากหุบเขาที่ตั้งอยู่ ณ ใจกลางพื้นที่อุทยาน พื้นที่ของทา-โร-โกะ ส่วนคำว่า “ทา-โร-โกะ” มีความหมายว่า งดงามหยดย้อย สวยงามน่าหลงใหลเกินบรรยาย สมัยก่อนมีชาวเขาชนเผ่าชาวพื้นเมืองอาศัยอยู่รอบเกาะ เดินทางมาพบหุบเขาแห่งนี้โดยบังเอิญ พวกเขาอุทานคำว่า “ทา-โร-โกะ” แปลว่า ช่างงดงามอะไรเช่นนี้ หลังจากนั้นจึงเรียกติดปากกันมาจนถึงปัจจุบัน (ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ญี่ปุ่นครอบครองไต้หวันและสถาปนาเป็นแห่งอุทยานแห่งชาติประจำไต้หวัน หรือตอนที่ไต้หวันได้รับอิสรภาพแล้ว ชื่อของทา-โร-โกะก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง)
ภายในเป็นหน้าผาสูงชัน ประกอบด้วยช่องเขา หุบ เขาลึก มีลำธาร และน้ำตก หุบเขาทา-โร-โกะเต็มไปด้วยหินอ่อน มีอายุมากกว่า 200 ล้านปี หินอ่อนเหล่านี้เป็นการรวมการตกตะกอนใต้ทะเล แล้วเกิดแรงดันภายใต้โลกซึ่งทำให้เปลือกโลก Philippine และ Eurasian โผล่ขึ้นมาเหลื่อมซ้อนกันอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
บริเวณนี้จะมีแต่ต้นไม้กับป่าและหุบเขาสีเขียวชอุ่ม อีกทั้งยังมีแม่น้ำลำธารข้างใต้หุบเขาลึก ดูน่าลึกลับอย่างบอกไม่ถูก ทุกวันจะมีนักท่องเที่ยวมาชื่นชมความงามของทา-โร-โกะแห่งนี้ไม่ขาดสาย แม้แต้ระยะเวลาการเดินทางจะไกลแสนไกลจากเมืองหลวงไทเป นอกจากนี้ ชาวไต้หวันยังชอบล่องแพล่องแก่ง ซึ่งทา-โร-โกะเป็นหนึ่งในสถานที่ล่องแก่ง เพราะในบริเวณอุทยานมีสายน้ำมากมายไหลผ่านไปมา ยิ่งในฤดูร้อนอย่างนี้ จะเห็นคนล่องแพล่องแก่งกันมากมาย การเดินทางมาทา-โร-โกะแห่งนี้ สามารถเดินทางมาได้จากสองทิศทางด้วยกัน ทางแรกมาจากไทเปผ่านไถจง (ฝั่งตะวันตก) ขับรถตัดข้ามเขาใจกลางประเทศไต้หวันมาทา-โร-โกะทางตะวันออกของประเทศ หรือเดินทางมาจากไทเปผ่านอี้-หลานแล้วเข้าฮาว-เหลียน นั้นใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงเศษ ซึ่งสามารถหาโรงแรมพักได้ในราคาหลากหลาย เพราะฮาว-เหลียน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนมากมายมาเยี่ยมเยือน
อุทยานทาโรโกะ หรือไท่หรู่เก๋อ ได้รับการยอมรับว่า เป็นสถานที่ที่มีทัศนียภาพของภูเขา และแก่งหินอ่อน ที่สวยงาม โดยได้รับการจัดให้เป็น 1 ใน 8 สถานที่ท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพสวยงามที่สุดในไต้หวัน พร้อมทั้งที่นี่ยังมีวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย จุดชมวิวที่น่าประทับใจภายในเขตอุทยานได้แก่ อุโมงค์เก้าโค้ง ผานกนางแอ่น หอที่รำลึก ฉางชุน น้ำตกหลูซุ่ย เป็นต้น

สถานที่ท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติทาโรโกะ

ซุ้มประตูถนนสายตง-ซี-เหิง-ถ้วน-กง-ลู่

มประตูถนนสายตง-ซี-เหิง-ก้วน-กง-ลู่ ซึ่งอักษรแต่ละตัวแปลได้ดังนี้
“ตง” แปลว่า “ทิศตะวันออก” “ซี” แปลว่า “ทิศตะวันตก”

“เหิง” แปลว่า “แนวขวาง” “ก้วนกงลู่” แปลว่า “ทางหลวง”

ถ้าแปลความโดยรวมแล้ว หมายถึง “ถนนหลวงเชื่อมต่อระหว่างฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตก” ถนนเส้นนี้เป็นถนนสายแรกที่เชื่อมต่อระหว่างฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตกของเกาะไต้หวัน ทำให้การเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น ในอดีตนั้นการเดินทาง จะต้องอ้อมเกาะไปเรื่อยๆจึงใช้ระยะเวลาในการเดินทางมาก ส่วนการตัดจากตะวันออกไปยังตะวันตกมีเพียงทางเท้าเท่านั้น ซึ่งชาวพื้นเมืองฝช้กันอยู่แต่เดิม

เส้นทางเดินเท้าลี่สุ่ย (Lyushui) ที่มีระยะทางเดินยาว 1.9 กิโลเมตร เส้นทางในช่วงแรกจะเป็นเส้นทางการเดินป่าทั่วไป ซึ่งทางอุทยานได้มีปรับเส้นทางเดินให้ดูสะดวกมากขึ้น ถ้าเดินต่อมาเรื่อยๆจะเจอกับถ้ำ ซึ่งการเดินทะลุถ้ำนี้ก็ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของทาโรโกะเลยก็ว่าได้ เหมาะสำหรับคนที่รักการผจญภัย จะได้สัมผัสธรรมชาติใกล้ชิดขึ้น

เมื่อเดินทะลุถ้ำออกมา ก็จะปรากฏเห็นทางเดินเรียบหน้าผาที่ขนานไปกับทางถนน และโตรกผาที่มีแม่น้ำลิวู(liwu) ไหลลัดเลาะผ่านตรงกลาง ขณะเดินเรียบไปตามไหล่เขา

สะพานชิมู (cihmu) สะพานราวแขวนสีแดงสดที่มีเสาเป็นรูปตัว H ราวสะพานสร้างจากหินอ่อน ใกล้ ๆ ด้านข้างมีศาลาที่พักตั้งอยู่ บริเวณฐานหินของศาลามีรูปร่างลักษณะคล้อยกับกบ

อุโมงค์เก้าโค้ง (Tunnel of Nine Turns) ผู้ที่จะเดินเข้าไปชมอุโมงค์ภายในจะต้องสวมหมวกกันน็อคสีขาวของทางอุทยานฯ เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจากก้อนหินชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่อาจะหล่นลงมาในระหว่างที่เดินอยู่ในอุโมงค์ ภายในอุโมงค์เก้าโค้ง จะเป็นจุดที่หน้าผาสองด้านห่างกันแค่ประมาณ 10 เมตรเท่านั้น ทำให้สามารถเห็นเนื้อหินอ่อนของหน้าผาได้ในระยะกระชั้นชิด ซึ่งหากเดินอยู่ภายในให้ปฏิบัติตัวตามป้ายที่แจ้งเตือนไว้อย่างเคร่งครัด มิเช่นนั้นอาจทำให้เกิดอันตรายได้

หน้าผาโพรงนกนางแอ่น (Swallow Grotto) ก่อนเข้าไปถึงหน้าผา ต้องเดินผ่านอุโมงค์เข้าไป อุโมงค์ตรงจุดนี้สร้างไว้สองเลนสำหรับรถแล่นด้านหนึ่ง และอีกด้านสำหรับนักท่องเที่ยวเดินผ่านเข้าไปชมหน้าผานกนางแอ่นบินมาที่หน้าผานี้ในช่วงฤดูร้อน และฤดูใบไม้ผลิ เพื่อยึดครองรอยพรุนของหินเป็นรวงรังของพวกมัน

ศาลบรรพชนฉางชุน (Eteranal Spring Shrine) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา บริเวณทางเข้าของอุทยานทาโรโกะ มีทัศนียภาพอันสวยงาม มีภูเขาที่สลับซับซ้อน และมีเมฆแผ่ปกคลุมอยู่ด้านบน ทั้งมีธารน้ำที่ไหลลงสู่ผืนหินเบื้องล่าง และนับเป็นงานสร้างสรรค์ที่ลงตัว บริเวณนี้เป็นจุดที่มีน้ำอยู่สม่ำเสมอและจะเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี จึงได้ชื่อว่า “ฉางชุน” ซึ่งแปลว่า “ฤดูใบไม้ผลิอันยาวนาน” ซึ่งน้ำตกนี้จะไหลลอดผ่านใต้ศาลบรรพชนลงมา

ศาลเจ้าแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิตขณะทำการก่อสร้างทางถนน จำนวน 225 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 702 คน

การเดินทาง
รถโดยสารที่จะออกเดินทางไปหุบเขาทาโรโกะนั้นมีค่อนข้างบ่อย ซึ่งรถจะออกจากสถานีรถไฟฮัวเหลียนและนำตรงไปสู่จุดสำคัญของหุบเขา แต่หากคุณซื้อตั๋วแบบไม่จำกัด สำหรับ 1 วัน ราคา250NTD (หรือผ่านสองวันสำหรับ 400NTD) คุณสามารถขึ้นและลงได้ที่ป้ายรถประจำทางตลอดทั้งยัดทั้งวัน ทราบว่ารถเมล์ล่าสุดจากฮัวเหลียนออกต้น (ประมาณ 13:50) และรถเมล์ล่าสุดออกยัดที่เกี่ยวกับ 05:00 ระยะทางไป Gorge Taraoko มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มักจะมีรถโดยสารใช้เวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงอย่างน้อย เนื่องจากหยุดบ่อยและความเร็วต่ำภายในหุบเขา

ทะเลสาบหลีหยู่(ทะเลสาบปลาคาร์ฟ)

ทะเลสาบหลีหยู่(ทะเลสาบปลาคาร์ฟ) อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮวาเหลียน ตรงเชิงเขาของภูเขาตอนกลางเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเขตนี้ มีเรือถีบและจักรยานให้เช่า ร้านอาหารท้องถิ่นแบบกลางแจ้งและร้านกาแฟ ถนนวงแหวนยาว 4 กิโลเมตร สำหรับเดินพักผ่อนอย่างเพลินเพลิน นอกจากนี้ยังมีบริเวณสำหรับตั้งแคมป์หรือปิกนิก สามารถเช่าเรือยนต์เล็กพร้อมคนขับเพื่อล่องเรือชมวิวได้

ภูเขาลิ่วซือสือซัน

ภูเขาริมฝั่งที่ยกระดับสูง 800 เมตร ถูกปกคลุมด้วยทุ่งดอกไม้จีน นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปถึงบริเวณนี้ มีสิบกระโจมโดยแต่ละกระโจมมีคำอธิบายเกี่ยวกับดอกไม้จีนแต่ละชนิดที่แตกต่างกันและพื้นที่ที่ปลูกที่มีลักษณะเฉพาะ

ภูเขาฉือเคอซัน

มีชื่อเสียงเรื่องทะเลต้นดอกไม้จีนที่พลิ้วไสวบนยอดที่สูง 900 เมตร ไกลออกไปจะเห็น บ้านประวัติศาสตร์ตระกูลหวัง บ้านสร้างด้วยไม้มีบริเวณที่แสดงให้เห็นชีวิตเกษตรบนภูเขาในสมัยบุกเบิก

บ้านประวัติศาสตร์ตระกูลหวัง

บ้านที่สร้างด้วยไม้แสดงวิถีชีวิตของชาวเกษตรกร ตอนที่ญี่ปุ่นเข้ามาถือคลองไต้หวัน พวกเขาได้ขุดพบแหล่งน้ำพุร้อนและรีอร์ทน้ำพุร้อนจำนวนหนึ่งซึ่งได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมายังปัจจุบัน

น้ำพุร้อนลุ่ยซุ่ย

เปิดบริการในปี 1919 เป็นน้ำพุร้อนที่มีแร่โลหะ มีเกลือของกรดคาร์บอนที่เดียวในไต้หวัน สีเหลืองหม่นของน้ำแร่เกิดจากแร่เหล็กจำนวนมาก ที่นี่มีบริการอาบน้ำแร่ และมีส่วนเป็นกลางแจ้ง อ่างอาบน้ำทำด้วยไม้ อ่างกระเบื้องสำหรับครอบครัว และอ่างอาบน้ำรวมสำหรับญี่ปุ่น ลุ่ยซุ่ยยัง จุดปล้อยแพ เป็นที่ดีที่สุดในการล่องแพไต้หวัน

น้ำพุร้อนหงเยี่ย

อยู่ทางตอนใต้ ต่อท่อส่งน้ำมาจากภูเขาชายฝั่งซึ่งสะอาด และมีความเป็นด่าง “ชนเผ่าไท่หย่า” ได้ใช้พื้นที่นี่ ตั้งแต่ก่อนญุ่ปานเข้ามาท โรงอาบน้ำและโรงแรมให้ใช้ห้องส่วนตัว แต่คนละ 150

น้ำพุร้อนอันตง

ใกล้ตอนกลางหุบเขา มีโรงแรมที่มีน้ำแร่บรรยากาศแบบญี่ปุ่นและบ้านพัก ร่วมสมัยราคาย่อมเยา ที่นี่มีสระน้ำแร่ขนาดใหญ่ ซึ่งมีส่วนผสมของไฮโดรเจนซัลเฟด์ ที่ขึ้นชื่อว่ามีกลิ่นไข่ต้มและมีฟองผุดขึ้นจากใต้ทางน้ำ

ไร่ชาอู่หู

การรวมกลุ่มของฟาร์มที่ผลิตชาอู่หลงที่ผ่านกรรมวิธีบางส่วน ที่มีจุดเด่นที่นอกจากชาคือสวนเส้นศูนย์สูตร รูปนาฬิกาแดดขนาดใหญ่ และหินขนาดมหึมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์

อุทยานแห่งชาติเขาอวี้ซัน

ที่จัดแสดงลักษณะทางธรณีวิทยา พันธ์ไม้ดอก ชีวิตสัตว์และเรื่องอื่นๆเกี่ยวกับอุทยาน มีข้อมูลภาษาอังกฤษและบริการนำเที่ยวเป็นภาษาอังกฤษ บริเวณใกล้เคียงมีน้ำตกหนานอัน ที่มีความสูง 50 เมตร และเส้นทางเดินเท้าหวาลามี่ ทางเดินเท้าง่ายๆผ่านป่าอันเขียวขจี ตอนใต้สุดของหุบเขามองไปเหมือนที่แอ่งกว้างคือที่ราบสูงลู่เหย่ ปกคลุมด้วยไร่ชา เป็นบริเวณกว้างที่เรียกว่า ศูนย์ปลูกชาลูเย่ โรงชา/ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของที่นี่มีจุดชมวิวบนดาดฟ้า และมีตัวอย่างชาที่มีชื่อเสียง (เคยถูกจำกัดไว้ให้เฉพาะทหารแห่งจักรพรรดิญี่ปุ่นเท่านั้น) ด้านหน้าเป็นลานปล่อยเครื่องร่อนขึ้นสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมนี้ นอกจากนี้โฮมสเตย์แสนสบายกระจายอยู่ท่ามกลางทุ่งลู่เย่

สือทีผิง

หมู่บ้านประมง และเป็นสถานที่ที่มีทัวร์ชมปลาวาฬ นอกจากนี้ยังได้ชมวิว ที่สวยจนแทบหยุดหายใจของชายฝั่งอันแสนงดงาม แท่นหินสวยงามรูปร่างแปลกตาโผล่ขึ้นมาจากทะเลตอนน้ำลง ทางตอนใต้ของสือทีผิง มีถนนที่ตัดกับแม่น้ำโชวกูหลวน ผ่านสะพานฉางหงที่เป็นเอกลักษณ์และมีเสน่ห์แปลกตา

ซานเซียนไถ

เดิมเป็นแหลมยื่นออกไป แต่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นเนินเนื่องจากการกัดเซาะของลมและน้ำทะเล เกาะนี้เชื่อมต่อกับแผ่นดินด้วย สะพานเดินเท้าแปดโค้งอันสะดุดตา การล่องแพตามลำน้ำโซวกูหลวน เป็นที่นิยมมากระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม ที่ศูนย์ล่อแพใกล้ลุ่ยซุ่ยจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวใส่หมวกนิรภัยและเสื้อชูชีพเพื่อล่องแพ หลังจากชมวิดีโอสาธิตเพื่อความปลอดภัย ผู้ล่องแพจะถูกจัดที่นั่งลงในเรือยางบรรทุกได้ 10-12 คนใช้เวลา 3-4 ชม.ในการล่องแพระยะทาง 22 กม. โดยมีการแวะครึ่งทางที่หมู่บ้านอาเหม่ย แห่งฉีเหม่ย เส้นทางแม่น้ำโชวกูหลวน ไม่เชี่ยวนักแต่มีหลายจุดที่นักล่องแพต้องจับเรือให้แน่นเพราะอาจกระแทกกับกระแสน้ำ การเดินทางจะสิ้นสุดลงใกล้ปากแม่น้ำ จากจุดนั้นจะมีรถมารับนักล่องแพที่เหนื่อยอ่อนแต่ได้รับความสนุกสนานกลับมายังจุดเริ่มต้น

การเดินทาง
การเดินทางโดยรถไฟ มีรถไฟจากไทเปอยู่เสมอ ซึ่งระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 2ชั่วโมง ถึง 4 ชั่วโมงครึ่ง ขึ้นอยู่กับประเภทของรถไฟ ถ้าเป็นรถไฟด่วน (Taroko ด่วน) ใช้เวลา 2 ชั่วโมง รถไฟจะเคลื่อนไปตามชายฝั่ง ด้านซ้ายของขบวนรถไฟสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่ดีที่สุด
ในช่วงฤดู​​การท่องเที่ยว ตั๋วรถไฟค่อนข้างที่จะหายาก ขอแนะนำให้จองตั๋วรถไฟไว้ก่อน เพื่อเป็นการรับประกันว่าจะมีที่นั่ง

การเดินทางโดยเครื่องบิน มีสายการบินภายในประเทศที่เชิ่อมระหว่างเมืองฮัวเหลียนกับเมืองหลักๆ ของไต้หวัน จะใช้เวลาในการเดินทางจาก ฮัวเหลียน ไปสนามบิน Taipei’s Sungshan Airport ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 30 นาที นอกจากนี้ ยังมีเครื่องบินแบบเหมาลำไปยังเกาะ Yonaguni และ เกาะ Ishigaki ในโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

ข้อแนะนำ

- ใจกลางเมืองมีขนาดเล็ก สามารถเดินเที่ยวชมเมืองได้

-  ถ้าไม่สะดวกในการเดินเท้า ในหลากหลายสถานที่ทั่วเมืองก็ยังมี สกูตเตอร์ให้เช่าประมาณ NT $ 400 /วัน และมีที่เช่าม้า ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโรงแรมเยนคาง (ตรงข้ามสถานีรถไฟ) ซึ่งการเดินทางด้วยรถสกู๊ตเตอร์เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อเที่ยวชมดูวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบริเวณหุบเขา

- ร้านขายจักรยานบริเวณด้านหน้าของสถานีรถไฟ มีบริการเช่าจักรยานรายวัน ถ้าเป็นในช่วงนอกฤดูกาล  ค่าบริการขั้นต่ำเป็น 100NTD นี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีเพื่อสำรวจเมืองและชายฝั่งถ้าคุณไม่สามารถที่จะนั่งสกูตเตอร์ได้

- ฮัวเหลียนเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ไม่มีระบบการขนส่งที่ครอบคลุมประชาชนมากนัก ดังนั้นจึงมักใช้บริการถแท็กซี่ เวลาจะเดินทางออกไปนอกเมือง

- สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ Hualien Ocean Park ซึ่งเป็นสถานที่ที่มนุษย์สร้างขิ้น ใหญ่ที่สุดในฮัวเหลียน มี 8 โซน ซึ่งจะมีลักษณะเกี่ยวข้องกับในเรื่องของทะเลและมหาสมุทร สำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัยหรือต้องการมาสัมผัสประสบการณ์ ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่น่าสนใจและไม่ควรพลาด

ของฝาก

-        ผ้าทอ  ฮัวเหลียนเป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการออกแบบผ้าทอมือแบบดั้งเดิมของชนดั้งเดิม

-        Muaji มีรสชาติหวาน ทำมาจากข้าวเหนียวซางเป็นของขึ้นชื่อของเมืองฮัวเหลียน

-        Hualien’s stone market ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถโดยสารประจำทางเก่า บนถนน Mingyi ซึ่งถนนนี้จะมีสิ่งของมาว่างขายมากมาย ตั้งแต่เครื่องประดับ หม้อชา และหินแกะสลัก

อาหารแนะนำ

-        จู้แฟนตุ้ง (竹筒饭) ข้าวนึ่งใส่ในกระบอกไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นเมืองของเมืองนี้

-        Muaji (麻薯) เป็นขนมที่ทำมาจากข้าวเหนียวมีหลากหลายรสชาติ ทั้ง ถั่วลิสง งา ผลไม้ มะพร้าว เป็นต้น

-        เกี๊ยว(馄饨) เป็นอาหารที่มีชื่อเสียงมากทั่วทั้งไต้หวัน

 


Powered by MakeWebEasy.com